Ninja เป็นอีกหนึ่งในสิ่งที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นที่ไปปรากฏกายในสื่อหลายสื่อจนคนทั่วโลกนั้นติดตาเป็นอย่างยิ่ง กับเหล่าบุคคลในชุดสีดำล้วนที่มีความสามารถสูงด้วยวิชาต่างๆ ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงเเค่จินตนาการเท่านั้นอย่างเช่น การหายตัว หรือเหาะเหินเดินอากาศ จนถึงทุกวันนี้ในสังคมญี่ปุ่นก็ยังมีการถกเถียงกันว่าพวกเขาเหล่านั้นยังคงเเฝงเร้นกายอยู่ในสังคมญี่ปุ่นปัจจุบันหรือไม่

Ninja คือใคร

Ninja

นินจา นั้นเป็นคำที่มีชื่อเรียกอีกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น นินจะ หรือจะเป็น ชิโนบิ รวมทั้งในภาษาจีนที่มีคำกล่าวถึงพวกเขาว่า หลินกุ่ย ซึ่งมีความหมายว่า ปีศาจในป่า ส่วนคำในภาษาญี่ปุ่นนั้นมีความหมายว่าผู้คงทน โดยเชื่อกันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับนินจุตสุ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาต่อสู้ที่เกี่ยวกับการขโมยเเละล่องหน โดยพวกเขามีบทบาทในหน้าประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นอยู่ช่วงเวลาหนึ่งเลยทีเดียว

ประวัติของนินจานั้นยังมีความคลุมเครือเเละไม่สามารถระบุช่วงเวลาได้อย่างเเน่ชัดว่าพวกเขากำเนิดมาได้อย่างไรในดินเเดนอาทิตย์อุทัย เเต่จากหลักฐานที่พอจะสืบสาวราวเรื่องได้ชัดเจนที่สุดในประวัติศาสตร์นั้นก็มาจากวีรบุรุษคนสำคัญของญี่ปุ่นอย่าง มินะโมะโตะ โนะ โยะชิซึเนะ ที่ตำนานกล่าวกันว่าเขาได้รับการสั่งสอนวิขาทางการทหารจากเทนงู จนทำให้เขามีฝีมือที่กล้าเเข็งเกินวัย เเละมีความสามารถรอบตัวอย่างประหลาดที่นักรบในยุคเดียวกันจะพึงมีได้ เเละตามประวัติศาสตร์เเล้วกล่าวว่ามีพระภิกษุจากประเทศจีนได้เข้ามาสอนเกี่ยวกับตำราพิชัยสงครามให้แก่ มินะโมะโตะ โนะ โยะชิซึเนะ เเละนี่อาจจะเป็นหนึ่งในวิชาของนินจาในดินเเดนญี่ปุ่นในยุคเเรกๆ

เเม้ว่าตัว มินะโมะโตะ โนะ โยะชิซึเนะ จะไม่สามารถขึ้นครองอำนาจเหนือญี่ปุ่นได้ เเละต้องเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควรก็ตาม เขาก็กลายมาเป็นต้นตอของนินจาในยุคต่อมา ซึ่งมีหลักฐานเเสดงชัดเจนว่าพอมาถึงสมัยเฮอันเเล้วนินจาได้เเบ่งออกเป็นสองผ่ายอย่างชัดเจนคือ อิงะ และโคงะ เเละจากจุดนี้เองที่ทำให้ทั้งมังงะ เเละภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องนำเค้าโครงไปเเต่งเรื่องราวเกี่ยวกับนินจากันอย่างสนุกสนาน เเละหลักฐานของนินจาก็มาปรากฏชัดเจนอีกครั้งในสมัยคามาคุระเมื่อ คุซุโนะกิ มะซะชิเงะ ซึ่งเป็นนักรบที่มีชื่อเสียงอีกคน ได้ใช้วิชาการต่อสู้ที่มีลักษณะคล้ายกับวิชานินจา

เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคเซนโกกุ ซึ่งเป็นช่วงสงครามกลางเมืองของญี่ปุ่นที่ระยะเวลายาวนานกว่า 100 ปี นับว่าเป็นยุคทองของนินจาที่พวกเขาปรากฏตัวออกมามากมาย โดยทำงานให้กับไดเมียวเเคว้นต่างๆ ทั้งการลอบเเฝงตัว สืบข่าว ขโมยของ เเละลอบสังหาร เพราะซามูไรนั้นเป็นนักรบที่มีเกียรติเเละต้องต่อสู้กับเเบบซึ่งหน้าเท่านั้น พวกเขาจึงจำเป็นต้องมีบุคคลที่มาทำงานที่ไม่มีเกียรติเเต่เป็นกุญเเจในชัยชนะให้พวกเขา โดยนินจาเหล่านี้จะทำงานโดยได้รับค่าตอบเเทนเเละจะไม่ถูกระบุตัวตน เปรียบเหมือนนักรบเงานั่นเอง

มี นินจา จำนวนหนึ่งในยุคเซนโกกุนี้ที่มีชื่อเสียง อย่างคนเเรกเลยก็คือ ซะนะดะ ยุคิมุระ ซึ่งจริงๆ เเล้วเขาเป็นซามูไรที่รับใช้โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ เเต่กล่าวกันว่าตระกูลซะนะดะของเขานั้นมียุทธวิธีเเละการรวบรวมข่าวสารเเบบนินจา เเละวิธีการรบต่างๆ ของเขาก็เป็นเเบบนินจา อย่างการรบที่ปราสาทโอซาก้านั้นเขาใช้กำลังทหารเพียงเเค่ 3,000 นายในการปกป้องปราสาทจากกองทัพของโตกุกาวะที่จำนวนกว่า 50,000 นาย หรืออย่าง ฮัตโตะริ ฮันโซ หัวหน้ากลุ่มนินจาฝ่ายอิงะ ที่รับใช้ โตกุกาวะ อิเอยาสุ จนอิเอยาสุ สามารถรวบรวมญี่ปุ่นเเละเป็นศักราชใหม่คือสมัยเอโดะนั่นเอง เเละอีกหนึ่งที่กล้าท้าทายอำนาจของซามูไรก็คือ อิชิกะวะ โกะเอมอน นินจาที่มีชื่อเสียงเพราะเขาเป็นคนที่กล้าลอบสังหารโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ เเต่เเผนการณ์ผิดพลาดจนต้องถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการต้มในกระทะเดือดพร้อมลูกชาย เเต่เขาใช้มือถือลูกชายไม่ใช้โดนน้ำร้อน จนสามารถรอดชีวิตมาได้ เเละด้วยบุคลิกที่ห้าวหาญ ไม่เหมือนกับนินจาทั่วไป เขาจึงมักเป็นตัวละครที่ถูกนำมาสร้างเป็นการ์ตูนมังงะ อนิเมชั่น เเละภาพยนตร์อย่างมากมาย ส่วนเนะซุมิ โคโซ หรือจอมโจรหนู มีชื่อเสียงมากในสมันเอโดะตัวเค้ามีพฤติกรรมเหมือนโรบินฮู้ด

ครั้งสุดท้ายที่มีการกล่าวถึงนินจาในหน้าประวัติศาสตร์ก็คือในสงครามกลางเมืองที่ชิมาบาระ พอสงครามจบลงก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้นินจาอีกตลอดช่วงสมัยเอโดะ โดยพวกเขาบางส่วนกลายมาเป็นโอะนิวะบังชู ซึ่งเป็นกลุ่มทหารที่รักษาความปลอดภัยของปราสาทเอะโดะ โดยทำหน้าที่อารักขาเเละสืบราชการลับต่างๆ ไปด้วย ส่วนนินจาบางส่วนก็เร้นกายเเฝงไปกับชาวบ้านธรรมดาจนเรื่องราวของพวกเขาหายหน้าไปจากประวัติศาสตร์

เเต่ในช่วงของก่อนการเปลี่ยนผ่านมาสู่สมัยปฏิรูปเมจินั้นเป็นอีกช่วงที่วุ่นวายอย่างมากมาก เเละมีการส่งมือสังหารก่อการกันไปมาของหลายฝ่าย เเละกล่าวกันว่าช่วงนี้เป็นอีกช่วงที่มีการเรียกใช้งานนินจาอีกครั้งหลังจากที่พวกเขาหลายหน้าไปจากประวัติศาสตร์ โดยพอจะมีเค้ารางเเต่ไม่มีหลักฐานที่เเน่ชัด เพราะพวกเขาเเฝงกายซ่อนเร้นมากกว่าในยุคเซนโกกุมาก เเละวิชานินจานั้นก็มีการสืบทอดกันเเบบปากต่อปาก เเละกลายมาเป็นทั้งการเเสดงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ส่วนเรื่องของวิชานินจุสึ ในปัจจุบัน นั้นเหลือเพียงเเค่ 3 สำนักเท่านั้นจากเเต่ก่อนที่มีมากกว่า 20 สำนัก โดยมีทั้งสายวิชาโตกาคุเระ ริว นินโป , สายเกียวคุชิน ริว นินโป และสาย คุโมกาคุเระ ริว นินโป โดยมีเพียงปรมาจารย์ มะซากิ ฮัตซึมิ เจ้าสำนักบูจินกัน ที่สามารถฝึกเเละได้รับการถ่ายทอดมาทั้งสามสาย ก่อนที่จะเเยกออกเป็นสำนักบูจินกัน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชาจากทากามัสสึ โทชิสุกุ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นนินจาขนานเเท้คนสุดท้าย

ส่วนเกนบูกัน ก็เเยกออกมาเเละก่อตั้งในปี ค.ศ.1984 ส่วนจิเนนกัน นั้นเป็นอีกสำนักที่เเยกออกมาเเละก่อตั้งในปี ค.ศ.1996 โดยปัจจุบันวิชานินจุสึ เป็นที่นิยมฝึกกันในสายงานของทหารเเละตำรวจเป็นอย่างยิ่ง

วิชาของ นินจา ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีก็เป็นบรรดาคาถาต่างๆ ที่เราเห็นจากภาพยนตร์เเละการ์ตูน เเต่จริงๆ เเล้วนั้นพวกเขาไม่ได้มีเวทมนตร์หรือคาถาใดๆ  พวกเขาใช้วิธีการฝึกฝนเเละศาสตร์ของการปลอมเเปลง ซ่อนตัว เเละตบตา ทำให้พวกเขาดูเหมือนว่าสามารถหายตัวได้

อาวุธของเหล่านินจาที่เราคุ้นเคยเช่น

  • ดาวกระจาย ที่มีหลายรูปเเบบเเละใช้สำหรับการซัดใส่ศัตรูในระยะไกล
  • ส่วนดาบของนินจานั้นจะมีขนาดสั้น เล็ก เรียว เเละบาง โดยมีขนาดเล็กกว่าดาบคาตะนะของซามูไร เอาไว้ใช้งานในการต่อสู้ระยะประชิด
  • คุนะอิ นั้นเป็นอีกหนึ่งในอาวุธที่สามารถเอาไว้ซัดใส่ศัตรูก็ได้ หรือจะเป็นไว้สำหรับขุดหลุมพรางก็ได้
  • สนับมือ นั้นเอาไว้ใช้สำหรับปัดดาบของศัตรูหรือเอาไว้ชกศัตรูเมื่อถึงการต่อสู้ด้วยมือเปล่า
  • กับดักโลหะ นั้นเป็นอาวุธที่เอาไว้ใช้ยามหลบหนี เพราะอาวุธนี้จะไปปักติดกับเท้าของศัตรู
  • ตะขอยืดหยุ่น นั้นเป็นเครื่องมือสำหรับเอาไว้ปีนกำเเพง
  • ส่วนทางด้านของเครื่องเเต่งกายนั้น ไม่มีการยืนยันเเน่ชัดว่าเป็นเเบบใด แต่ชุดที่เป็นภาพลักษณ์ของพวกเขาคือชุดดำนั้นน่าจะมาจากการเป็นสีที่สามารถอำพรางได้ในทุกสภาวะเเละเหมาะกับการทำงานในเวลากลางคืน

หากต้องการสัมผัสบรรยากาศของ นินจา ขนานเเท้ ควรเดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองอิงะอุเอโนะ หรือในอดีตคือเมืองอิงะ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเหล่านินจาเเห่งเมืองอิงะที่มีชื่อเสียงมากมายในประวัติศาสตร์ โดยเมืองเเห่งนี้มีชื่อเสียงเเละได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองเเห่งนินจา โดยอยู่ทางทางตะวันตกของจังหวัดมิเอะ เป็นเมืองขนาดเล็กที่เกิดมาจากการรวมตัวของเมืองเล็กๆ อย่างเมืองอิงะเเละเมืองอุเอโนะ เมื่อปี ค.ศ.2004 ที่ผ่านมานี่เอง

บรรยากาศภายในเมืองเเห่งนี้นับว่ามีบรรยากาศที่เเวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่มีป่าเขาสวยงามเเละเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่น่าเเปลกใจว่าที่นี่จะเป็นที่กบดานของเหล่านินจาในอดีต  นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟของคินเทตสึ จากสถานี Osaka-Uehommachi ที่อยู่ในเมืองโอซาก้า โดยให้คุณใช้บริการของรถไฟขบวน Limited Express มาลงที่สถานี Igakambe จากนั้นให้เปลี่ยนมาใช้บริการรถไฟสาย Iga Railway มาลงที่สถานี Uenoshi ใช้เวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 40 นาที สำหรับจุดท่องเที่ยวไฮไลท์น่าจะเป็นที่ สวนอุเอโนะ เพราะภายในนั้นจะเป็นที่ตั้งของบ้านนินจาเก่าเเก่ของจริง เเละโรงเรียนฝึกนินจา ที่สร้างมาตั้งเเต่สมัยศตวรรษที่ 15 โดยในปัจจุบันนั้นอาคารดังกล่าวได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์นินจาสำนักอิงะ ที่จัดเเสดงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนินจาอิงะ

นอกจากนี้เเล้วอีกเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับ นินจา ที่จะพูดถึงไม่ได้เลยก็คือเมืองโคกะ ซึ่งอยู่ในจังหวัดชิงะ โดยอยู่ห่างจากเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโตเพียงเเค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เราสามารถใช้บริการรถไฟจากเมืองเกียวโตมายังเมืองโคกะได้เลย โดยเมืองเเห่งนี้เป็นอีกหนึ่งเมืองนินจาคู่เเข่งของอิงะมาในหน้าประวัติศาสตร์

บรรยากาศของเมืองนั้นมีลักษณะที่ตรงกันกับอิงะคือเเวดล้อมไปด้วยป่าเขามากมายเเละมีบรรยากาศที่เงียบสงบเป็นอย่างมาก ภายในเมืองนั้นเต็มไปด้วยความเป็นเมืองเเห่งนินจา ที่เเฝงไปด้วยกลไกน่ารักๆ มากมาย เเละนักท่องเที่ยวสามารถมาชมวิถีชีวิตของเหล่านินจาได้ที่ นินจา เอสเตท หรือจะเป็นที่ นินจา วิเลจ ก็มีกิจกรรมการฝึกฝนนินจาในเเบบโบราณที่เป็นการเเสดงให้ชมกัน

นอกจากสองที่เที่ยวที่เราแนะนำไปด้านบนก็ยังมีที่เที่ยวอื่นเกี่ยวกับนินจาอีก เช่น วัดเมียวริวจิ ที่ตั้งอยู่ในเมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิกาว่า โดยได้รับการขนานนามว่าเป็นวัดนินจา เพราะการที่เป็นวัดในพุทธศาสนา เเต่โครงสร้างของตัวอาคารนั้นได้รับการออกเเบบมาเป็นป้อมของนินจาอย่างเเท้จริง มีทางเข้าถึงสองทางเเละมีกลไกมากมายภายในวัดเเห่งนี้ เป็นสิ่งก่อสร้างของนินจาที่ยังหลงเหลืออยู่ เเละมีอายุมากกว่า 350 ปีเเล้ว

ภายในวัดนั้นจะมีทั้งห้องลับ ทางเดินลับ เเละประตูลวง บันไดล่องหน เเละเเนวป้องกันต่างๆ เพราะในอดีตสถานที่เเห่งนี้ใช้เป็นที่สำหรับการมานั่งสมาธิของเหล่านินจา

นอกจากนี้แล้วในโตเกียวยังมีสถานที่สำหรับฝึกการเป็นนินจาอีกด้วย โดยจะมีผู้เชียวชาญทางศาสตร์นินจา 5 คนในการฝึกการเป็นนินจาในชีวิตจริง เเถมในโตเกียวยังมีร้านอาหารสไตล์นินจาที่จะเสิร์ฟเมนูกันในเเบบนินจา โดยมีความน่าสนใจเเละมีรสชาดที่อร่อยเป็นอย่างยิ่ง ส่วนที่โยโกฮาม่า นั้นก็มีโรงเเรมแคปซูลอันเงียบสงบที่มีการตกเเต่งโรงเเรมเเห่งนี้ให้เป็นธีมของนินจา

เเม้ว่า Ninja จะหมดหน้าที่ในการเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำชัยชนะมาสู่ผู้เป็นนายเเละผู้ว่าจ้างเเล้ว เเต่ว่าภาพลักษณ์ความลึกลับของพวกเขาก็กลายเป็นอีกหนึ่งในมนต์เสน่ห์ที่ผู้คนทั้งชาวญี่ปุ่นเเละชาวโลกให้ความสนใจค้นหาความจริงเรื่อยมา เเละกลายมาเป็นวัฒนธรรมส่งออกที่สร้างความสนใจไปทั่วโลก โดยไปปรากฏตัวอยู่ทั้งในส่วนของมังงะ อนิเมชั่นมากมายที่โด่งดังเเละเป็นที่รู้จักทั้งนินจาฮาโตริ หรือจะเป็นนินจานารุโตะ รวมทั้งตัวละครในภาพยนตร์ดังหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน เเละเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

Comments

comments

Load More Related Articles
Load More By IamFox22
Load More In Blog

Check Also

Galaxy watch active 2 นาฟิกาที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทาง

ถ้าคุณชอบนาฟิกา Smart Watch ซัมซุงเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดเกี่ยวกับนาฟิกาประเภทนี…