Kyogi karuta (ไพ่คารุตะ) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาในญี่ปุ่นที่มีการจัดการเเข่งขันกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลยทีเดียว เเถมยังมีการขยายออกไปในหลายๆ ประเทศเเม้ว่าจะยังไม่ใช่เป็นสากลเเต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในวัฒนธรรมที่ญี่ปุ่นได้ส่งออกมา

สำหรับการเล่น Kyogi karuta นั้นเเน่นอนเลยว่าทักษะเเรกที่จะทำให้สามารถเล่นไพ่ชนิดนี้ได้ก็คือความรู้เรื่องของภาษาญี่ปุ่น การจดจำกลอนทั้งหนมด โดยกลอนที่นำมาใช้ในการเล่นนั้นจะมีจำนวน 100 กลอน ซึ่งเป็น Ogura Hyakunin Isshu ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานเเล้ว เเต่จะเป็นการเล่นเพียงเเค่สนุกสนานเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

ในสมัยก่อนไม่ได้มีการเเข่งขันกันอย่างเป็นเรื่องราวเป็นราวเเบบในปัจจุบันเเต่อย่างใด โดยการเเข่งขันเเบบเป็นทางการเเละมีมาตรฐานนั้นจะเริ่มต้นเมื่อมีการก่อตั้งสมาคมคารุตะขึ้นทั่วประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1934 มีการกำหนดมาตรฐานเเละกฎเกณฑ์ต่างๆ ขึ้นมามากมาย ก่อนจะเริ่มทำการเเข่งขันในครั้งเเรกเมื่อปี ค.ศ.1955 ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง

ในระยะเเรกนั้นจะเป็นเพียงการเเข่งขันในประเภทชายเท่านั้น ก่อนที่ในปี ค.ศ.1957 เริ่มมีการเเข่งขันของผู้หญิง เเละมีการพัฒนาเรื่อยมา พร้อมกับมีการเผยเเพร่วัฒนธรรมการเล่นออกไปสู่นานาขาติในหลายประเทศอีกด้วย จนในปี ค.ศ.2012 ก็ได้มีการทำการเเข่งขันระหว่างประเทศขึ้น โดยมีประเทศที่เข้าร่วมทั้ง สหรัฐอเมริกา, ไทย, เกาหลีใต้, นิวซีแลนด์และจีน

Kyogi karuta

Kyogi Karuta

ในญี่ปุ่นนั้น โรงเรียนประถมเเละมัธยมจะมีชมรมไพ่คารุตะ ตั้งอยู่ เพียงเเต่จะได้รับความนิยมหรือไม่นั้นก็จะไม่เท่ากัน เเละในเมืองเเต่ละเมืองจะมีศูนย์ฝึกการเล่นตั้งอยู่สำหรับผู้ที่สนใจอีกด้วย โดยเป็นสถานที่ทั้งในการฝึกเเละการจัดการทดสอบเเข่งขันไปในตัว

ในเเต่ละปีนั้นก็จะมีการจัดการเเข่งขันทั่วประเทศ จะมีโรงเรียนส่งทีมเข้าร่วมการเเข่งขันมากมาย โดยสำหรับไพ่คารุตะเเล้วจะมีไพ่จำนวน 2 ชุดด้วยกัน โดยจะเป็นการนำเอากลอนจำนวน 100 กลอนซึ่งเป็นประเภททังกะของญี่ปุ่นมาลงในไพ่ทั้ง 2 ชุดที่ว่ามีนี้

ตัวไพ่เองมีการเเบ่งไพ่ออกเป็น ไพ่อ่าน 1 ชุด เเละไพ่หยิบ 1 ชุด โดยสำหรับไพ่อ่าน จะเรียกว่า ยูมิฟูดะ มีจำนวน 100 ใบ เเละคำกลอนที่ปรากฏอยู่นั้นจะเป็นมีพยางค์แบบทังกะ คือ 5-7-5 7-7 พยางค์ โดยจะมีรูปวาดของผู้เเต่งกลอนอยู่ในไพ่อีกด้วย ซึ่งไพ่อ่านนั้นจะใช้สำหรับการอ่านโดยจะจั่วขึ้นมาโดยไม่ได้เรียง เเละเป็นตัวกำหนดโจทย์ในเเต่ละครั้งของการทำคะเเนน

สำหรับผลตัดสินนั้นจะอยู่ที่ ไพ่หยิบ หรือ ไพ่เล่นที่เรียกว่า โทริฟูดะ ซึ่งจะมีจำนวน 100 เเผ่นเช่นเดียวกัน โดยจะมีลักษณะที่เเตกต่างคือ คำกลอนที่ปรากฏอยู่บนไพ่นั้นจะเป็นกลอนวรรคหลังเท่านั้น ซึ่งเป็นเเบบ 7-7 พยางค์ โดยผู้เล่นที่ทำการเเข่งขันเเบบจับคู่ 1 ต่อ 1 จะต้องฟังคำกลอนของไพ่อ่าน ซึ่งเป็นวรรคเเรก หลังจากนั้นต้องมองหาวรรคหลังซึ่งอยู่บนไพ่ใบใดที่วางอยู่ที่พื้นเเล้วตบเพื่อให้ได้เเต้ม ซึ่งหากตบผิดก็จะเสียเเต้มไปด้วย

ส่วนการเเข่งขันไพ่คารุตะ นั้นจะมีการเเข่งขันทั้งเเบบเดี่ยว เเละเเบบทีม ซึ่งการจัดที่นั่งก็ไม่ได้ต่างกัน โดยผู้เล่นทั้ง 2 คนจะนั่งในท่าทับขาเเบบญี่ปุ่นปกตินั่นเอง โดยไพ่ที่นำมาวางจะเป็นในสำรับไพ่หยิบ โดยจั่วมาเพียงเเค่ 50 ใบเท่านั้น เเละเเบ่งกันคนละ 25 ใบ จากนั้นการจัดวางตำเเหน่งไพ่จะเป็นไปตามเทคนิคของผู้เล่นเเต่ละคน โดยวางด้านที่อ่านได้เข้าหาตัวเเต่ละคน โดยขอบเขตของการวางไพ่เเต่ละคู่นั้นจะอยู่ที่ 87 เซนติเมตร เเละระยะห่างของสนามเเต่ละฝั่งจะอยู่ที่ 3 เซนติเมตร

ก่อนเริ่มแข่งจะมีเวลา 15 นาทีสำหรับผู้เข้าเเข่งขันในการจำไพ่บนพื้นทั้ง 50 ใบ ก่อนที่ผู้อ่านไพ่อ่านจะเริ่มอ่านไพ่ใบเเรกโดยการสุ่ม เพื่อให้ผู้เล่นฟัง เเละจับคู่คำกลอนท่อนที่เหลือว่ามีบนพื้นหรือไม่ โดยที่ผู้เล่นฝ่ายใดสามารถหยิบไพ่ได้ก่อนก็จะได้เเต้มไป โดยหากหยิบได้ไพ่ที่อยู่ในฝั่งตนเอง ไพ่ที่ฝั่งตนเองก็จะลดลง เเต่หากหยิบได้ไพ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ผู้เล่นที่หยิบไพ่ได้ก็จะเลือกไพ่มาหนึ่งใบเเล้วมอบให้ฝั่งตรงข้ามไปเเทนเพื่อให้จำนวนเท่าเดิม ส่วนกรณีที่หยิบไพ่อ่านมาเเล้วไม่พบใน 50 ใบที่วางอยู่จะเรียกว่าไพ่เปล่า หรือ คาระฟูดะ ซึ่งก็คือไพ่ที่อ่านไปเเล้วไม่มีในสนามนั่นเอง

ส่วนหากมีการหยิบไพ่ผิดจะเรียกว่า โอเทสึกิ ซึ่งหากเกิดกรณีนี้ทางฝั่งตรงข้ามจะหยิบไพ่ทางฝั่งเขามอบให้กับฝั่งที่หยิบผิด โดยเกมส์จะสิ้นสุดเมื่ออ่านครบทั้ง 100 ใบ เเละจะมาสรุปคะเเนน โดยส่วนใหญ่เเล้วจะพยายามไม่ให้มีไพ่เหลือในฝั่งของตนมากกว่าฝั่งตรงข้าม เเละเนื่องจากจังหวะในการหยิบไพ่นั้นจะมีความเร็วสูงจนเหมือนกับเป็นการตบไพ่เลยทีเดียว ซึ่งการหยิบถูกหรือไม่ถูกนั้นไม่สามารถมีกล้องมารีเพลย์ได้หากเป็นการเเข่งขันพร้อมกับหลายคู่ ฉะนั้นเเล้วระหว่างคู่ต่อสู้สองคนจะรู้ดีว่าหยิบถูกใบหรือไม่ นับว่าเป็นเกมส์การเเข่งขันที่ต้องมีความซื่อสัตย์สูงเป็นอย่างยิ่งอีกหนึ่งในเกมส์กีฬาเลยทีเดียว

ส่วนการฝึกฝนการเล่น ไพ่คารุตะ ในปัจจุบันนั้นจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยจะมีวิทยุที่ผลิตมาสำหรับการฝึกการเล่นไพ่ชนิดนี้ โดยจะมีคำกลอนอ่าน จำนวน 100 กลอน เหมือนไพ่อ่านบรรจุอยู่เเละจะอ่านเเบบสุ่มไปเรื่อย ผู้ฝึกสามารถมาฟังเเละเล่นได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมีคนมานั่งอ่านไพ่อ่านเเต่อย่างใด

ส่วนการเเบ่งระดับผู้เล่นนั้นจะเเบ่งระดับผู้เล่นออกเป็น 5 คลาส เเละมีระบบดั้งเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยกัน

  • ระดับ E class จะเป็นระดับของผู้เริ่มต้น
  • ระดับ D class เเละ C class จะมีจำนวน 1 ดั้ง ส่วน
  • ระดับ B class จะมี 2-3 ดั้ง
  • เเละระดับสุดท้าย A class จะมีจำนวน 4 ดั้ง

โดยจำนวนดั้งนั้นก็เหมือนกับระดับย่อยในคลาสนั้นๆ ซึ่งการที่จะขยับคลาสหรือดั้งนั้นจะต้องมีการเเข่งขันเพื่อเลื่อนคลาส โดยจะมีการจัดการเเข่งขันกันอยู่เป็นประจำ เเละคู่ต่อสู้จะเป็นระดับคลาสเดียวกัน

การเเต่งกายในการเข้าเเข่งขัน Kyogi karuta นั้นก็มีความน่าสนใจ เพราะทั้งชายเเละหญิงที่เข้าร่วมการเเข่งขันนั้นจะต้องสวมใส่ชุดเเบบญี่ปุ่นโบราณ โดยผู้ชายจะสวมชุดญี่ปุ่นเเบบโบราณสำหรับผู้ชายที่มีความสวยงามเเละเป็นเอกลักษณ์โดยส่วนใหญ่เเล้วจะนิยมใส่เสื้อสีขาวเป็นหลัก ส่วนผู้หญิงนั้นจะสวมใส่ชุดยูกาตะในการเข้าทำการเเข่งขัน

ytimgnhk-cul

Comments

comments

Load More Related Articles
Load More By IamFox22
Load More In Blog

Check Also

Galaxy watch active 2 นาฟิกาที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเดินทาง

ถ้าคุณชอบนาฟิกา Smart Watch ซัมซุงเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาทำตลาดเกี่ยวกับนาฟิกาประเภทนี…