Home Blog ไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ควรพลาดบัตร JR Pass ท่องเที่ยวยังไงให้สะดวกและไม่แพง

ไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ควรพลาดบัตร JR Pass ท่องเที่ยวยังไงให้สะดวกและไม่แพง

37 second read
Comments Off on ไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ควรพลาดบัตร JR Pass ท่องเที่ยวยังไงให้สะดวกและไม่แพง
4
13,154

ตั๋วเครื่องบิน พร้อม! จองโรงแรม พร้อม! วีซ่าไม่ต้องใช้จัดว่าพร้อม! แผนท่องเที่ยว พร้อม! โอเคทุกอย่างเข้าที่…. ว่าแต่เข้าที่จริงรึเปล่าน้า อ้อ ลืมไป จะไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีก็ต้องนั่งรถไฟสิ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องซื้อตั๋ว JR Pass สินะ

การเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่นมีทั้งแบบท้องถิ่น เร่งด่วน รวดเร็ว รวดเร็วสุดๆ หรือแม้กระทั่งรถไฟหัวกระสุนชินคังเซน ทำให้การเดินทางไปทั่วทั้งประเทศเป็นเรื่องง่ายดาย อย่างไรก็ตามการซื้อตั๋วเป็นเที่ยวๆ ไปอาจจะแพงสำหรับนักเดินทางอย่างเราๆ พอสมควร โชคดีที่ญี่ปุ่นมีตัว JR Pass (Japan Rail Pass) ที่ให้นักเดินทางอย่างเราซื้อตั๋วแล้วนั่งไม่อั้นได้บนรถไฟสาย JR

อย่างหนึ่งที่ต้องบอกก็คือตั๋ว JR Pass นั้นมีทั้งแบบซื้อได้ที่สถานี และต้องซื้อก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่น อันนี้จะไปเที่ยวที่ไหนก็ลองทำการบ้านก่อนดีๆ ว่าที่จะไปสามารถซื้อที่ญี่ปุ่นได้เลยหรือเปล่า

ใครบ้างที่สามารถซื้อตั๋ว JR Pass ได้?

นักท่องเที่ยวที่เดินทางในญี่ปุ่น มีวีซ่าไม่เกิน 90 วันสามารถซื้อได้ทุกคน

ควรจะซื้อตั๋ว JR Pass ไหม?

คำถามนี้ตอบยากจัง ถ้าคุณวางแผนจะเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ เช่นฮิโรชิม่าไปโอซาก้า หรือโอซาก้าไปโตเกียว คำตอบก็คือใช่ครับ

เพราะตั๋วจากฮิโรชิม่าไปโอซาก้าก็ 10,440 เยนเข้าไปแล้ว ส่วนชินคังเซนจากโอซาก้าไปโตเกียวก็ 14,450 เยนอีกต่างหาก ถ้าอย่างนั้นซื้อตั๋ว JR Pass แบบ 7 วันไปเลยราคา 29,110 เยน นอกจากจะไปได้ทั้งสองที่แล้วยังนั่งไปที่อื่นๆ ในประเทศได้อีกด้วย

แต่ถ้าคุณวางแผนจะนั่งแต่ในเมืองอย่างเดียว การนั่งรถไฟธรรมดาท้องถิ่นอาจจะไม่แตกต่างกัน หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำเนื่องจากมีเส้นทางที่หลากหลายกว่า ก็ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อตั๋ว JR แต่ประการใด

เลือกระยะเวลาซื้อตั๋วให้เหมาะสม

ตามที่พูดถึงไปแล้วว่าตั๋ว JR Pass นั้นมีหลายแบบด้วยกัน มีตั้งแต่ 3 วัน ไปจนถึง 21 วัน ตัวเลือกค่อนข้างหลากหลาย ราคาก็แพงขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นกัน (แบบ 21 วันนี่ราคา 59,350 เยนเลยนะ แพงใช้ได้เลย) นอกจากนี้ยังมีตั๋วประเภทรถเขียวที่แพงขึ้นอีกนิด แต่จะได้นั่งระดับเฟิร์สคลาสบนรถไฟ มีตัวเลือก 7/14/21 วันด้วย

นั่งแบบท้องถิ่น หรือทั่วประเทศ

ตั๋วนั้นมีหลายแบบมาก ตั้งแต่ในละแวกหัวเมืองใกล้เคียง เช่นตั๋วของ Kansai ที่จะไปได้ระหว่างโอซาก้า เกียวโต นารา หรือจะเป็นตั๋วของโตเกียวที่แวะไปโยโกฮาม่า นาริตะ ได้ด้วย อย่างตั๋ว JR Kansai Wide Area Pass 5 วัน(8,500 เยน) จะแพงกว่า JR Kansai Area Pass แต่ว่าจะไปได้ไกลกว่า ส่วนตั๋ว JR Tokyo Wide Pass (3 วัน) ราคาสูงถึง 10,000 เยนเลยทีเดียว และระยะเวลาที่ใช้ก็สั้นกว่าอีกด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อตั๋วก็ควรจะทำการบ้านก่อนว่าย่านที่เราจะไปเที่ยวนั้นมีตั๋วแบบไหนบ้าง ไปถึงไหนบ้างและระยะเวลาใช้ได้กี่วัน

ซื้อตั๋ว

การซื้อตั๋วนั้นมีตัวเลือกที่หลากหลาย ได้แก่การสั่งซื้อออนไลน์ หรือไม่ก็ผ่านเอเจนซี่ในประเทศ ซึ่งราคาก็จะบวกเข้าไปอีกหน่อย มากน้อยแล้วแต่เจ้านั้นๆ แต่บางประเภทก็มีขายในประเทศญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน คำแนะนำก็คือลองเสิร์ชหาในเน็ทดูว่ามีการซื้อขายที่สถานีหรือเปล่า

แลกคูปองเป็นตั๋ว

เมื่อไปซื้อจากเอเจนซี่ก็จะได้คูปองมาหนึ่งใบ (มีชื่อของเราเสร็จสรรพ ให้คนอื่นไม่ได้นะ) จากนั้นก็ต้องถามว่าเราจะสามารถนำคูปองไปขึ้นเป็นตั๋วรถไฟที่สถานีไหนได้บ้าง เนื่องจากจะต้องเป็นสถานีใหญ่ถึงจะแลกคูปองได้

ส่วนใหญ่แล้วสถานีที่สนามบินมักจะรองรับการแลกตั๋วอยู่ แต่ถ้าแผนการท่องเที่ยวห้าวัน จะใช้สามวันหลัง ก็ลองถามพนักงานดูว่าตั๋วดังกล่าวสามารถเก็บไว้ได้หรือไม่ (บางกรณีจะเริ่มนับวันที่ใช้ครั้งแรก บางกรณีก็จะนับวันที่แลกตั๋วเลย)

การใช้ตั๋ว

ความแตกต่างระหว่างตั๋ว IC กับตั๋ว JR Pass ก็คือเราจะต้องเดินผ่านช่องทางขวาสุด (หรือซ้ายสุด แล้วแต่สถานี) ที่มีนายตรวจตั๋วเพื่อเข้าออกแทนที่จะเดินเข้าตรงๆ เหมือนกับคนอื่นๆ เพื่อยืนยันว่าเราไม่ได้เอาตั๋วหมดอายุมาใช้งาน โดยการเข้าใช้งานครั้งแรกนายสถานีจะทำการประทับตราวันที่เริ่มใช้งานด้วย

(แต่จากประสบการณ์ตั๋ว JR Pass บางใบก็ใส่เหมือนตั๋วธรรมดาเดินเข้าออกได้เลยนะ)

จอง/ไม่จอง ที่นั่ง

นอกจากการซื้อ JR Pass จะทำให้การเดินทางสะดวกสบายแล้ว ยังสามารถเลือกได้ด้วยว่าจะนั่งรถขบวนที่จองที่นั่ง หรือไม่จองก็ได้ (กรณีที่นั่งรถชินคังเซน) โดยสามารถแจ้งขอจองที่นั่งได้ที่นายสถานีเช่นเดิม ไม่มีค่าใช้จ่ายในการจองแต่ประการใด

แล้วมีอะไรเพิ่มเติมอีกถ้าซื้อ Pass 

นอกจากราคาที่เหมาจ่าย จองที่นั่งในรถชินคังเซนได้ สะดวกในการเดินทางแล้ว ก็เห็นจะเป็นเรื่องการไม่ต้องไปเข้าคิวซื้อตั๋วสำหรับเดินทางทุกครั้งที่เข้าสถานี JR Station นี่ล่ะครับ หรือถ้าตกลงก็แค่เสียเวลา แต่ไม่เสียเงินค่าตั๋วอีกรอบ

ข้อเสียล่ะมีมั้ย?

ข้อเสียของ JR Pass ก็คงจะเป็นการที่มันใช้ได้เฉพาะรถไฟของ JR เท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้กับรถไฟของบริษัทอื่น เช่น Tokyo Metro ได้ หรือแม้กระทั่ง OSaka (Osaka Municipal Subway) อีกทั้งราคาแพง ทำให้ต้องระวังไม่เผลอทำหายไม่เช่นนั้นแล้วจะเสียเงินเปล่าไปเลยอีกด้วย

ถ้าใครวางแผนจะท่องเที่ยวเมืองใหญ่หลายๆ เมืองเป็นระยะทางไกล Japan Rail Pass คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ ราคาเหมาจ่ายทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องตกรถ ไม่ต้องต่อคิว และจองที่นั่งได้ด้วย

ที่มา – Jpninfo

Load More Related Articles
Load More By hypertext78
Load More In Blog
Comments are closed.

Check Also

ตระเวนท่องราตรีในญี่ปุ่น ดื่มเบียร์ อย่างไรทำให้กลมกลืนเหมือนคนญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นจัดว่าเป็นนักดื่มตัวยงเลยล่ะ โดยหลายๆ ครั้งหลังจากเลิกงานมนุษย์เงินเดือนก็มักจะไป…