Home outside tokyo Japanese Castle | 13 ปราสาทญี่ปุ่นที่เก่าเเก่ สวยงามและคุ้มค่าการไปเยือน

Japanese Castle | 13 ปราสาทญี่ปุ่นที่เก่าเเก่ สวยงามและคุ้มค่าการไปเยือน

20 second read
Comments Off on Japanese Castle | 13 ปราสาทญี่ปุ่นที่เก่าเเก่ สวยงามและคุ้มค่าการไปเยือน
1
673

Japanese Castle คือสิ่งก่อสร้างที่มีความเก่าเเก่สวยงามเเละเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของงานสถาปัตยกรรมเเละวิศวกรรม หลายเเห่งยังเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นในอดีต วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักปราสาทญี่ปุ่นกัน

Japanese Castle

Japanese Castle ในภาษาญี่ปุ่นจะใช้เรียกว่า ชิโร่ หรือ โจ ก็ได้ ซึ่งจะตามหลังชื่อของปราสาทหลังนั้นๆ เช่น โอซาก้า โจ หรือ ฮิเมจิ โจ

เริ่มเเรกมาตั้งเเต่ยุคอาณาจักยามาโตะ นั้นยังไม่มีปราสาทญี่ปุ่นรูปลักษณ์เเบบในปัจจุบัน เเต่มันมีการพัฒนามาจากการเป็นอาคารของคุกทหารในสมัยก่อน ที่สร้างด้วยวัสดุอย่างไม้เเละหินเป็นหลัก ก่อนที่จะมีการปรับรูปเเบบเรื่อยมา กว่าจะมาเป็นแบบที่พวกเราเห็นกันก็ปาเข้าไปในช่วงของศตวรรษที่ 16

สำหรับปราสาทในช่วงของศตวรรษที่ 16 มีการเสริมความเเข็งเเกร่งด้วยหินขนาดใหญ่เเละมีโครงสร้างไม้ ทำให้ปราสาทเเบบนี้ยังไม่ค่อยมีความเเข็งเเรงมากนัก เเละพวกมันมักจะถล่มลงเมื่อพบกับเหตุการณ์เเผ่นดินไหวเเละภัยจากสงคราม ปัจจุบันนั้นมีการคาดการณ์จำนวนปราสาทญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นในดินเเดนญี่ปุ่นประมาณกว่า 5,000 เเห่งด้วยกันแต่เหลือเพียงประมาณ 100 แห่งเท่านั้นที่ยังคงสภาพมาได้ตั้งเเต่ตอนที่สร้าง

ปราสาทญี่ปุ่น มีการเเบ่งออกเป็นหลายเเบบด้วยกัน ซึ่งเป็นการเเบ่งตามสภาพเเวดล้อมที่ตั้งของพวกมัน

  1. เเบบเเรกก็คือ ยะมะจิโระ หรือก็คือปราสาทภูเขา ซึ่งจะเป็นเเบบปราสาทญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น สามารถป้องกันภัยจากธรรมชาติได้ดีที่สุดอีกด้วย นอกจากนั้นยังอยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมเส้นทางยุทธศาสตร์ทางทหารได้ดีเป็นอย่างยิ่ง เเต่ปราสาทญี่ปุ่นเเบบนี้ในปัจจุบันนั้นเหลือที่เป็นปราสาทญี่ปุ่นสภาพดีไม่กี่เเห่งเท่านั้น สาเหตุนึงเพราะด้วยความที่ตั้งอยู่บนที่สูง ทำให้การบูรณะในยุคหลังๆ เป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างยิ่ง
  2. เเบบต่อมานั้นก็คือ ฮิระยะมะจิโระ ซึ่งเป็นปราสาทที่สร้างบนเนินเขาเตี้ยๆ ปราสาทเเบบนี้ส่วนใหญ่เเล้วจะเป็นศูนย์กลางของเมืองนั้นๆ เเละปัจจุบันได้กลายมาเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนั้นๆ อีกด้วย
  3. เเบบสุดท้ายนั้นคือ ฮิระจิโระ ซึ่งเป็นปราสาทบนที่ที่ราบ มักจะเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่เเละตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เเต่ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นปราสาทที่ได้รับการบูรณะหรือสร้างใหม่ทั้งหลัง ทำให้เป็นปราสาทญี่ปุ่นที่มีสภาพใหม่ทั้งหลังเป็นส่วนใหญ่

จะว่าไป ปราสาทญี่ปุ่น กับซามูไร นั้นเหมือนจะเเยกกันไม่ออก เพราะปราสาทญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะถูกครอบครองโดยซามูไรระดับสูง ที่เรียกว่า ไดเมียว หรือไม่ก็เป็นขุนศึกของบรรดาโชกุน เพราะว่าด้วยจุดที่ตั้งของพวกมันที่จะอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของญี่ปุ่นทั่วประเทศเเล้ว ปราสาทเเต่ละเเห่งยังเป็นศูนย์กลางในการปกครองดินเเดนในบริเวณนั้นอีกด้วย เเละเป็นฐานกำลังของซามูไร

ภายในของปราสาทเเต่ละเเห่งนั้นนอกจากเป็นที่พักอาศัยเเล้วยังเป็นเหมือนดั่งป้อมปราการในตัว เเละว่ากันว่าปราสาทญี่ปุ่นนั้นจะเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของซามูไร ยามที่พวกเขาเพลี่ยงพล้ำในการศึกต้องกลับมาตั้งหลักที่ปราสาทเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มันเป็นมากกว่าเเค่อาคารทางทหารเเละทางปกครองธรรมดาๆ เเต่มันเป็นเหมือนจิตวิญญาณของผู้เป็นเจ้าของปราสาทเลยก็ว่าได้

รูปเเบบของ ปราสาทญี่ปุ่น ที่เป็นเเบบฉบับมาตรฐานนั้นจะประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่มีความสำคัญหลายส่วนด้วยกัน โดยส่วนเเรกที่สำคัญที่สุดเลยก็คือในส่วนหอคอยของปราสาท หรือที่เรียกกันว่า เทนโช มันจะตั้งอยู่ใจกลางของปราสาท เเละมีความสูงที่สุดของปราสาท เเละด้วยความสูงของมันซึ่งบางครั้งมีความสูงเกือบ 10 ชั้น ทำให้เป็นส่วนเเรกที่มักจะเสียหายทั้งจากภัยธรรมชาติเเละจาการสงคราม

เหตุนี้เองจึงทำให้มีการเเยกย่อยประเภทของหอคอยออกเป็นอีก 3 เเบบด้วยกัน

  1. หอคอยเเบบฟุกุกัน เทนโช ซึ่งจะเป็นคอหอยที่ได้รับการบูรณะตามเเบบเดิมทุกกระเบียดนิ้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ หอคอยของปราสาทนาโกย่า ที่ไอจิ
  2. เเบบที่สองนั้นก็คือ หอคอยในเเบบ ฟุกโกะ เทนโช คือหอคอยที่ได้รับการซ่อมเเซมเเต่ไม่ได้ยึดตามรูปเเบบเดิมเอาไว้ เช่น หอคอยปราสาทโอซาก้า ที่โอซาก้า เป็นต้น
  3. เเบบสุดท้ายคือ โมกิ เทนโช คือหอคอยที่สร้างเพิ่มเติมขึ้นมาในภายหลัง ซึ่งในอดีตนั้นไม่เคยมีมาก่อน ตัวอย่างคือ หอคอยปราสาทฮิระโด ในนางาซากิ

ส่วนถัดมาของปราสาทญี่ปุ่น ที่ได้รับความสนใจเเละเป็นส่วนประกอบสำคัญของปราสาทญี่ปุ่นก็คือ ประตูปราสาท หรือจะเรียกว่า โจม่อน มันเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างมากในปราสาทญี่ปุ่นเเทบจะทุกหลัง เพราะไม่ใช่เป็นเเค่เส้นทางในการเข้าออกปราสาทธรรมดาๆ เท่านั้น เเต่มันจะเป็นเส้นทางที่ศัตรูจะเข้ามาโจมตีตัวปราสาทอีกด้วย ฉะนั้นเเล้วประตูของปราสาทจะมีลูกเล่นเเละกลวิธีมากมายทางด้านสถาปัตยกรรมที่จะทำให้ศัตรูที่จะเข้าโจมตีต้องเสียทั้งเวลา เเละถึงขั้นเสียชีวิตได้

โดยเเบบเเผนที่นิยมกันเป็นอย่างมากก็คือการออกเเบบเส้นทางเข้ามาสู่ประตูให้เป็นมุมฉาก เพื่อให้ข้าศึกต้องเสียเวลาในการเดินทาง เเละยังสามารถปิดประตูขังให้ศัตรูอยู่ในทางเข้าวงกตเหล่านี้ได้อีกด้วย ส่วนตัวประตูนั้นส่วนใหญ่เเล้วจะสร้างด้วยไม้เเละมีหลังคาคลุมทั้งหมด พร้อมกับมีช่องต่างๆ สำหรับอาวุธโจมตีระยะไกลทั้งธนู เเละปืนไฟ โดยประตูที่มีชื่อเสียงนั้นก็คือประตูปราสาทโอซาก้า ที่ยังสามารถชมความชาญฉลาดของคนออกเเบบได้อยู่ ส่วนที่ปราสาทเอโดะ ในโตเกียวนั้น มีเเต่บันทึกเอาไว้ ส่วนสภาพจริงนั้นมีเพียงร่องรอยเท่านั้น

สำหรับส่วนประกอบที่สำคัญส่วนที่สามของ ปราสาทญี่ปุ่น ก็คือส่วนของ ป้อมปราการ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จะพบได้ในปราสาทญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ มีลักษณะเหมือนกับหอคอยที่ตั้งอยู่ใจกลางปราสาทเพียงเเต่มีขนาดที่เล็กกว่าเท่านั้น มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ในการเป็นที่เก็บอาวุธยุทธโธปกรณ์ต่างๆ เเละเป็นฐานในการยิงธนุหรือปืนไฟใส่ศัตรู ทำให้มันมีความสำคัญในฐานะของเเนวป้องกันปราสาทเเนวที่สอง เเละปราสาทญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่นั้นจะมีป้อมปราการจำนวนมากกว่า 4 ป้อมด้วยกัน

ในส่วนของเเนวป้องกันเเรกๆ ที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของปราสาทญี่ปุ่นนั้นก็มีกำเเพงหิน หรือที่เรียกกันว่า อิชิกากิ ที่สร้างมาจากหินขนาดใหญ่หลายพันก้อนด้วยกัน เเละเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สุดของงานสถาปัตยกรรมของปราสาทญี่ปุ่น เเละต้องอาศัยเทคนิคในการก่อสร้างชั้นสูง เพราะจะมีทั้งการเลือกหินที่จะนำมาใช้ เเละมีการทำให้ด้านหนึ่งของหินนั้นเรียบเเละได้องศากับเเนวกำเเพงของปราสาท ส่วนการวางเรียงนั้นก็ต้องประณีตเพื่อไม่ให้เกิดรอยต่อที่ข้าศึกจะสามารถโจมตีเข้ามาได้ โดยกำเเพงหินนั้นจะพบในปราสาทที่มีขนาดใหญ่เท่านั้น

เเละส่วนประกอบสุดท้ายของปราสาทญี่ปุ่นอย่าง คูน้ำ หรือ โฮริ นั้นถือว่าเป็นเเนวป้องกันปราสาทญี่ปุ่น เเนวเเรก เพราะจะเป็นการขวางศัตรูไม่ให้เข้าถึงตัวปราสาทได้อย่างง่ายดาย โดยมีเทคนิคในการขุดคูน้ำหลายเทคนิคทั้งการขุดเป็นรูปตัว วี ซึ่งตรงกลางจะลึกที่สุด หรือจะขุดเป็นเเนวลาดเอียงเข้าหาตัวปราสาทเพียงด้านเดียว เเละมีการนำต้นไม้มาปลูกริมคูเพื่อเป็นการขวางเเนวโจมตีของศัตรูอีกด้วย

เกริ่นมาเยอะละ เรามาดูปราสาทญี่ปุ่นที่น่าสนใจกัน

Himeji Castle

ปราสาทฮิเมจิ ที่เมืองฮิเมจิในภูมิภาคคันไซ นั้นได้รับการยอมรับเเละยกย่องว่าเป็นปราสาทญี่ปุ่นที่มีความสวยงามมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยได้รับฉายาว่า ปราสาทนกกระสาขาว ได้รับการประกาศให้เป็นสมบัติเเห่งชาติญี่ปุ่น เเถมได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย จุดเด่นของสีของปราสาทที่เป็นสีขาวนวลทั้งหลัง เเละมีอาคารประกอบภายในปราสาทกว่า 80 หลัง ถือว่าเป็นปราสาทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น โดยที่เเนวกำเเพงนั้นมีการใช้ปูนสีขาวฉาบเอาไว้ ทำให้ไม่ติดไฟ เเละเป็นเคล็ดลับที่ตัวปราสาทไม่ได้โดนทำลายลงในสงครามโลกครั้งที่ 2

ที่ตัวหอคอยของปราสาทนั้นมีความสูง 7 ชั้นด้วยกัน เเละมีความงดงามของงานไม้ที่สร้างขึ้นมาได้อย่างโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง และมีอายุมากกว่า 400 ปีมาเเล้ว

Matsumoto Castle

ปราสาทมัตสึโมโตะ ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึโมโตะ เป็นปราสาทที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก และเป็นหนึ่งในสมบัติของชาติญี่ปุ่น ที่ได้รับการยกย่องว่ามีองค์ประกอบที่ครบสมบูรณ์ตามเเบบฉบับของปราสาทญี่ปุ่นร่วมกับปราสาทฮิเมจิ

ที่นี่มีหอคอยที่มีความสูง 5 ชั้น เเละมีการเปิดป้อมปราการหนึ่งป้อมเป็นหอชมจันทน์อีกด้วย ตัวปราสาทเองยังสามารถมองเห็นความสวยงามของ เทือกเขาแจแปน แอลป์ ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออก

Matsue Castle

ปราสาทมัตสึเอะ ในเมืองมัตสึเอะ นับว่าเป็นปราสาทญี่ปุ่นที่มีความเก่าเเก่โบราณอายุไล่เลี่ยกับปราสาทฮิเมจิ โดยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 เเละมีหอคอยสูงถึง 6 ชั้น เป็นระยะ 30 เมตรด้วยกัน ตัวปราสาทมีเเต่สีดำ ทำให้ถูกเรียกว่าปราสาทอีกาดำ เเละมีรูปเเบบของสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกับปราสาทฮิเมจิเป็นอย่างมากอีกด้วย

Hikone Castle

ปราสาทฮิโกเน่ เป็นปราสาทญี่ปุ่นอีกหนึ่งหลังที่ได้รับการประกาศให้เป็นสมบัติของชาติญี่ปุ่น เเละเป็นอีกปราสาทที่ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลยตั้งเเต่ก่อสร้างมา จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่หอคอยของปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงาม บริเวณหน้าจั่วหลังคาของหอคอยนั้นก็มีความสวยงามด้วยงานศิลปกรรมของญี่ปุ่น รวมทั้งรูปเเบบหน้าต่างของตัวปราสาทที่เป็นรูปโค้งเเบบระฆังคว่ำก็โด่งดังมาก อีกทั้งการที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบบิวะ ก็ทำให้กลายเป็นปราสาทญี่ปุ่นที่มีทิวทัศน์ที่งดงาม

Matsuyama Castle

ปราสาทมัตสึยามะ กับ ปราสาทโคจิ นั้นเป็นปราสาทญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุ ทั้งคู่ เพียงเเต่อยู่คนละด้านเท่านั้น โดยที่ ปราสาทมัตสึยามะ นั้นอยู่ในจังหวัดเอฮิเมะ เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่ใจกลางภูเขา เเละมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของญี่ปุ่น โดยตัวหอคอยนั้นมีความสูงกว่า 3 ชั้น เป็นปราสาทที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามได้เป็นอย่างดี

Kochi Castle

ปราสาทโคจิ นั้นตั้งอยู่ที่เมืองโคจิ เป็นปราสาทที่ได้ชื่อว่ามีความสมบูรณ์อีกเเห่งของญี่ปุ่น เเละเรื่องราวของเจ้าของปราสาทหลังนี้ก็ยังโด่งดังเป็นอย่างมากจนถูกนำไปสร้างเป็นซีรีย์อีกด้วย หอคอยหลักของที่นี่ไม่ได้มีไว้เพื่อทำสงคราม แต่ยังเป็นบ้านพักอาศัยได้ด้วย

Inuyama Castle

ปราสาทอินุยามะ ตั้งอยู่ริมเเม่น้ำคิโสะ ห่างจากเมืองนาโกย่าไปประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์เเละสวยงามอย่างมากทั้งในฤดูใบไม้ผลิเเละฤดูใบไม่ร่วง ปราสาทเเห่งนี้จึงขึ้นชื่ออย่างมากในการเป็นจุดชมความงดงามของซากุระบานเเละใบไม้เปลี่ยนสีอีกเเห่งของญี่ปุ่น

Hirosaki Castle

ปราสาทฮิโรซากิ ตั้งอยู่ในเมืองเหนือสุดของเกาะฮอนชูอย่างอาโอโมริ ถึงเเม้จะเป็นปราสาทที่มีขนาดเล็ก โดยมีความสูงของหอคอยจำนวน 3 ชั้นเท่านั้น เเต่ก็มีความเก่าเเก่ เเละโดดเด่นด้วยต้นซากุระที่มีจำนวนมากกว่า 2,600 ต้นรอบบริเวณของตัวปราสาท ทำให้ที่นี่กลายเป็น 1 ใน 100 จุดที่ควรมาชมซากุระบานของญี่ปุ่นไปเเล้ว

Osaka Castle

ปราสาทโอซาก้า ที่ถึงเเม้ว่าจะได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เเต่ก็ถือว่าเป็นเเลนด์มาร์คที่สำคัญของเมืองโอซาก้า หอคอยปราสาทของที่นี่มีทั้งหมด 8 ชั้น กำแพงหินคอนกรีตและคูน้ำถูกวางเอาไว้อย่างสวยงาม และที่นี่ยังคล้ายกับปราสาท Hirosaki Castle ก็คือมีต้นซากุระล้อมรอบนั่นเอง หลังจากที่นี่โดนทำลายเพราะสงคราม ภายหลังได้ถูกซ่อมแซมใหม่ทั้งภายในและภายนอก ปัจจุบันที่นี่มีลิฟท์เพื่อขึ้นไปชมปราสาทและพิพิธภัณฑ์ด้านบนได้ด้วย

Hiroshima Castle

ปราสาทฮิโรชิม่า ที่เมืองฮิโรชิม่า ก็เป็นอีกหนึ่งในปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งเช่นเดียวกัน ปราสาทนี้มีอีกชื่อเรียกว่าปราสาทปลาคราฟ สูงทั้งหมด 5 ชั้น ใครสนใจเข้าชมปราสาท เสียค่าเข้าชมนิดหน่อย ผู้ใหญ่ 360 เยน เด็ก 180 เยน เท่านั้น สาเหตุที่ปราสาทแห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักก็คือ การทิ้งระเบิดปรมาณูเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2

Edo Castle

ในโตเกียวก็มีฐานของปราสาทเอโดะ ที่ตั้งอยู่ด้านข้างของพระราชวังอิมพีเรียลนั่นเอง เเละเป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน ที่นี่เคยเป็นฐานบัญชาการหลักแห่งกรุงเอโดะในอดีต ใครที่มาพระราชวังอิมพีเรียลส่วนใหญ่จะเน้นที่สะพานแว่นตา อยากจะให้ลองเดินเข้ามาด้านในด้วย ที่สำคัญสวนด้านหน้าน่านอนมาก

แนะนำกันมาขนาดนี้แล้วก็อยากให้ลองมาสัมผัสกับความเก่าแก่และความสวยงามของเหล่าปราสาท ที่ยังคงตั้งตระหง่านข้ามกาลเวลาหรือแม้บางที่เหลือเพียงฐานก็ยังสามารถแสดงให้เห็นถึงอดีตอันยิ่งใหญ่ได้

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เที่ยวกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ เพราะมีอะไรให้เราได้ดูอีกมากมาย จองตั๋วเครื่องบินแล้วรีบมาดูให้เห็นกับตา ที่ Traveloka เขากำลังมีโปรโมชั่นส่วนลดเที่ยวบินและที่พัก ลองเข้าไปสำรวจราคา คำนวณค่าใช้จ่ายกันก่อนได้ ไม่มีค่าธรรมเนียมการบริการ ถูกกว่าจองกับสายการบินโดยตรงก็ที่ทราเวลโลก้านี่แหละ

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น เปรียบเทียบราคาทุกสายการบิน
ดูโปรโมชั่นส่วนลดและที่พักในญี่ปุ่นราคาพิเศษ ที่ Traveloka

Load More Related Articles
Load More By Fuchiko
Load More In outside tokyo
Comments are closed.

Check Also

คนไทยถูกจับกุมในข้อหานำยาเสพติดเข้าญี่ปุ่นเกือบทุกวัน บางวันหลายคน!!

การได้ไปเที่ยว ญี่ปุ่น เป็นความฝันของใครหลายคน เราต้องยอมรับว่าการไม่ต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าป…