Home where to go เปลี่ยนทุ่งนาให้กลายเป็นผืนผ้าใบงานศิลป์ที่ Inakadate จังหวัดอาโอโมริ

เปลี่ยนทุ่งนาให้กลายเป็นผืนผ้าใบงานศิลป์ที่ Inakadate จังหวัดอาโอโมริ

25 second read
0
386

ประเทศญี่ปุ่นแม้จะขึ้นชื่อเรื่องอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ก็ยังเป็นประเทศที่ทำงานแบบดั้งเดิมอย่างการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์อยู่ด้วย โดยหลายๆ ครั้งชาวนาก็นึกสนุกเปลี่ยนทุ่งนาแบบเดิมๆ แทนผืนผ้าใบและพืชที่เพาะปลูกกลายเป็นงานศิลป์ที่ Inakadate จังหวัดอาโอโมริ

งานศิลป์ Rice Paddy Art หรือศิลปะจากทุ่งนา (Inakadate จังหวัดอาโอโมริ)

หลายๆ ครั้งงานนี้สเกลใหญ่มากจนไม่สามารถเห็นความแตกต่างได้ขณะที่อยู่ในระดับสายตา ต้องส่งโดรน หรือมองลงมาจากที่สูงถึงจะเห็นงานเหล่านี้ ว่าแล้วก็ขอพาขึ้นเหนือไปชมผลงานของหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดอาโอโมริ ภูมิภาคโทโคุสักหน่อยครับ

Inakadate

งานศิลป์ชนิดนี้มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Rice Paddy Art หรือศิลปะจากทุ่งนา โดยชาวญี่ปุ่นจะเลือกทุ่งนาที่ดีแทนผืนผ้าใบ และหว่านเมล็ดพันธุ์สีแตกต่างกันเพื่อให้เกิดขึ้นเป็นภาพหลังจากปลูกขึ้นมา

ศิลปะนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1993 ที่หมู่บ้าน Inakadate นี่เอง โดยต้องการให้ปลุกเศรษฐกิจของภูมิภาคให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

แม้จะบอกว่าหมู่บ้านนี้เป็นแหล่งกำเนิดงานศิลป์ และทำกันต่อเนื่องเรื่อยมา แต่เอาเข้าจริงก็มีแค่สองตำบลเท่านั้นที่เล่นด้วย โดยตำบลแรกมีพื้นที่ทุ่งกว้าง 143 x 103 เมตร ในอดีตงานศิลป์ก็มีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น รูปจากหนังและการ์ตูนชื่อดัง แต่ละปีจะมีธีมเป็นของตัวเอง โดยปีนี้ (2017) ธีมคือตำนานและเทพปกรณัมญี่ปุ่น

Inakadate

ข้าวที่ปลูกที่นี่จะเป็นเหมือนสีที่วาดลงบนผืนผ้าใบ โดยมีทั้งพืชทั่วไป และข้าวที่นำมากินได้จริงๆ โดยเป็นสายพันธุ์ต่างๆ ตั้งแต่โบราณ โดยพืชที่ปลูกได้ก็มีทั้งหมดเจ็ดสี ได้แก่เขียว เหลืองอมเขียว เหลือง ม่วงแก่ ขาว ส้ม และแดง (ไม่มีสีโทนฟ้าและน้ำเงิน)

หลังจากเลือกภาพได้แล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนสเกตภาพ จากนั้นก็นำไปตีเส้นเพื่อเพาะปลูกจริง ข้าวที่ใช้จะต้องเลือกตำแหน่งกันอย่างดีเพื่อให้เกิดภาพ อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงมุมโค้งเอียงที่จะเกิดขึ้นเมื่อยืนสูงขึ้นไปมองลงมาด้วย โดยเมื่อเข้าสู่หน้าร้อนก็จะเห็นผลงานอย่างชัดเจน

ช่วงที่เราะได้เห็นกันก็คือมิถุนายน ถึงเดือนตุลาคม แต่ถ้าจะเอาให้ดีสีสวยๆ ภาพชัดๆ ก็คือระหว่างกรกฏาคมและสิงหาคมนี่เอง

Inakadate

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถนั่งรถไฟ JR Tokyo Station โดยการขึ้นรถ Tohoku Shinkansen มาลงที่สถานี JR Shin-Aomori Station แล้วเปลี่ยนมาขึ้น JR Ou Line ไปยังสถานี Hirosaki Station ใช้เวลาราวๆ 3 ชั่วโมง 50 นาทีในการเดินทาง

หรือถ้าเป็นป๋าซุ่มทุ่มไม่อั้น สามารถนั่งเครื่องบินมาลงสนามบินอาโอโมริ แล้วนั่งรถชัตเทิลบัสไปยังรถไฟ JR Hirosaki Station ได้ โดยใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมงในการเดินทาง

ดูเสร็จแล้วก็กินอาหารท้องถิ่น

ไหนๆ ก็มาถึงอาโอโมริแล้วก็ไม่ควรพลาดโอกาสชิมอาหารของภูมิภาคโทโฮคุ รอบๆ สถานี Hirosaki Station มีร้านอาหารจำนวนมากมาย ดังนั้นหลับตาจิ้มได้เลย อาหารจานเด็ดก็มีอย่าง Scallop Shell Miso Hot Pot ที่ใช้หอยเชลล์จริงๆ นำมาปรุงสุกด้วยมิโสะ ไข่ และหอม

หรือจะเป็น Keno broth (ซุปเคโนะ) ที่ใช้หัวไชเท้า แครรอต รากหญ้าเจ้าชู้ พืชผักจากภูเขา และเต้าหู้แห้งรสกลมกล่อม กินกับข้าวญี่ปุ่นแล้วไม่เลวเลยทีเดียว

แต่ละปีมีคนมาเยี่ยมชมงานศิลป์ที่นี่มากกว่า 350,000 คนเพื่อดูงานศิลปะบนผืนนา สร้างด้วยจิตวิญญาณของคนท้องถิ่นที่ร่วมกันสร้างงานศิลป์ขนาดยักษ์อันน่าประทับใจ

ที่มา – Japan-Magazine

Comments

comments

Load More Related Articles
Load More By hypertext78
Load More In where to go
Comments are closed.

Check Also

CONNIE Simple Watch นาฬิกาแคชชวลออกแบบเรียบง่ายสวยดูดี

แบรนด์ Anewood (แบรนด์ย่อยของ Hacoa) ได้ออกนาฬิกาใหม่ดีไซน์เหมือนกับจุกคอร์กปิดขวดไวน์ ใช้…