เชื่อว่าส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นก็มักจะวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นแบบทริปหนึ่งสามารถไปได้หลายๆ เมือง เพราะอันที่จริงแล้วการเที่ยวญี่ปุ่นนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ยิ่งเป็นการเดินทางผ่านเมืองก็ยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เนื่องจากการเดินทางในญี่ปุ่นนั้นเชื่อมต่อกันหมดด้วยรถไฟ ที่มีให้เลือกหลายสาย หลายประเภท แต่ด้วยความคุ้มค่าระหว่างการเดินทาง เพราะการนั่งรถไฟข้ามผ่านเมืองก็ยอมมีราคาสูงตามไปด้วย นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นจึงนิยมซื้อ JR Pass กันเพื่อความคุ้มค่า และความสะดวกในการเดินทางข้ามผ่านเมืองไปยังที่เที่ยวต่างๆ ในญี่ปุ่น

หากใครที่กำลังมีแพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้ หรือคนที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นหลายๆ เมืองภายในทริปเดียว สามารถซื้อบัตร JR Pass แบบล่วงหน้า ไม่ต้องไปเสียเวลาหาบัตร แถมได้บัตรในราคาที่คุ้มค่ามากกว่าใน Traveloka ข้อดีก็คือสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้ เหมาะกับคนที่ชอบแพลนทริปล่วงหน้าเป็นเวลานาน ทำให้สะดวกมากกว่า อีกทั้งยังมีโปรโมชั่นที่สามารถลดราคาให้ถูกลงไปได้อีก และมีบริการส่งบัตรไปให้ถึงที่บ้าน สะดวกสบายแบบนี้ เที่ยวญี่ปุ่นทริปก็กลายเป็นเรื่องง่ายๆ แต่สำหรับคนที่ซื้อบัตรเดินทาง JR Pass มาแล้ว แต่ยังไม่มีไอเดีย เราก็ได้รวบรวมที่เที่ยวญี่ปุ่นสุดเจ๋งมาไว้ให้แล้ว

จองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น กับTraveloka

ซื้อบัตร JR PASS กับ Traveloka

1. โตเกียว

รู้หรือไม่ว่าถ้าหากว่าคุณซื้อบัตรรถไฟ JR Pass มาแล้วก็สามารถใช้ได้ตั้งแต่อยู่ในสนามบินเลยทีเดียว ซึ่งนับว่าเป็นวิธีที่สะดวกสบายอย่างมาก สำหรับคนที่บินมาลงที่สนามบินนาริตะ ไม่ต้องยุ่งยากวุ่นวายอีกต่อไป แค่นั่งนาริตะเอ็กซ์เพรสมายังใจกลางเมืองโตเกียว ก็เป็นวิธีที่สะดวก และรวดเร็วอย่างเป็นที่สุด เหมาะสำหรับคนที่อยากแวะมาเที่ยวที่โตเกียวก่อน จะช้อปปิ้ง เข้าพิพิธภัณฑ์ หรือว่าตะลุยกินเก็บร้านอาหารมิชลินสตาร์ก็เหมาะทั้งนั้น หากไม่รู้จะไปเที่ยวไหน แนะนำให้ตั้งหลักมาเที่ยวโตเกียวก่อนก็ดี

Google Maps

2. ทะเลสาบคาวางูจิ (Kawaguchiko)

ใครไปเที่ยวโตเกียวแล้วอยากใช้ JR Pass นั่งไปเที่ยวใกล้ๆ โตเกียวแบบวันเดย์ทริปไม่ไกลมาก แนะนำให้ลองไปเที่ยวที่ “ทะเลสาบคาวางูจิ (Kawaguchiko)” ซึ่งจุดเด่นที่คนชอบไปเที่ยวที่ทะเลสาบแห่งนี้ ก็เพราะว่าสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิได้อย่างถนัดตา มาพร้อมกับวิวสวยๆ ที่ทำให้แทบหยุดลืมหายใจ เชื่อเลยเถอะว่าวินาทีนี้จะมีอะไรดีไปกว่า วิวทะเลสาบกว้างใหญ่สวยๆ ที่ด้านหลังเป็นวิวภูเขาไฟ แลนด์มาร์คดังของญี่ปุ่น นอกจากนั้นบริเวณรอบๆ ทะเลสาบก็ยังมีที่เที่ยว และที่พักญี่ปุ่นสวยๆ อีกเพียบ

Google Maps

3. หมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago)

เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของญี่ปุ่นที่สวยจับใจ บอกเลยว่าใครไปเยือนญี่ปุ่นทั้งที ต้องห้ามพลาดที่จะมาเยือนสถานที่เที่ยวเด็ดแห่งนี้ เพราะว่าหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ถือว่าเป็นหมู่บ้านมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโลกจากยูเนสโก มีอายุเก่าแก่เกินร้อยปีขึ้นไป โดดเด่นด้วยบ้านเก่าทรงหลังคาหน้าจั่วสามเหลี่ยม หรือบ้านทรงกัสโชสึคุริ ที่ดูคล้ายคนที่กำลังพนมมือ อันที่จริงแล้วนักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวที่หมู่บ้านนี้ในตลอดทั้งปี แต่ถ้าจะให้แนะนำช่วงเวลาพีคๆ อยากให้ลองเที่ยวกันในช่วงฤดูหนาว เพราะหิมะจะจับตัวหนาบนหลังคา ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ดูน่ารักเหมือนหลุดออกมาจากในนิทาน

Google Maps

4. วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera)

ถ้าใครไปญี่ปุ่นแล้วอยากเที่ยววัดเป็นหลัก อยากทำบุญขอพร หรือว่าเสริมสร้างศิริมงคลให้ตัวเอง แนะนำให้นั่งรถไฟที่ใช้ JR Pass ไปเที่ยวที่เมืองเกียวโต เพราะวัดแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คดังแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโตนั่นเอง โดดเด่นด้วยการเป็นวัดศาลาไม้อันเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้สามารถมองเห็นวิวโดยรอบได้อย่างสวยงาม คนส่วนใหญ่แนะนำมาขอพร และไหว้พระ นอกจากนั้นยังเป็นที่นิยมในช่วงซากุระบาน หรือว่าฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอีกด้วย เพราะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ถ่ายรูปออกมาสวยมาก

Google Maps

5. ย่านฮิกาชิยาม่า (Higashiyama)

ไหนๆ แวะมาเที่ยวเกียวโตแล้ว ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวย่าน “ฮิกาชิยาม่า(Higashiyama)” ที่ถือว่าเป็นย่านการค้าที่ได้รับความนิยม และเป็นแลนด์มาร์คหนึ่งของเมืองเกียวโต ตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศตะวันออกของเมืองเกียวโต จุดเด่นของย่านการค้าแห่งนี้คือความดั้งเดิม ตึกรามบ้านช่องยังคงความสวยงาม เหมือนกับเป็นเมืองโบราณขนาดเล็กที่ยังคงมีชีวิต สำหรับใครที่เดินช้อปปิ้ง อยากเดินเล่นตลาด หรือย่านการค้าที่ให้ยังคงกลิ่นอายของญี่ปุ่นแบบคลาสสิก แนะนำให้ลองมาเดินเล่นที่ย่านนี้ดู รับรองว่าคุณจะเพลิดเพลินไปกับของขายเต็มสองข้างทางอย่างแน่นอน

Google Maps

6. เมืองนารา (Nara)

คนส่วนใหญ่แล้วเมื่อเลยมาเที่ยวเมืองเกียวโต ก็ชอบแวะมาเที่ยวเมืองนาราด้วย เพราะอยู่ไม่ไกลกันมาก เพราะสามารถนั่งรถไฟมาเที่ยวต่อได้สบายๆ สัญลักษณ์ดังของเมืองนารา (Nara) ก็คือกวาง ที่มีอยู่มากกว่า 1000 ตัวด้วยกัน ที่เที่ยวดังของเมืองนาราก็คือสวนสาธารณะเมืองนารา ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถใกล้อาหารกวาง และถ่ายรูปกับกวางได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นก็ยังมีที่เที่ยวอื่นๆ อีกที่น่าสนใจ อาทิ วัด และศาลเจ้ามากมาย ถ้าอยากถ่ายรูปกับกวางนับพันตัว แนะนำให้แวะมาเที่ยวเมืองนาราแห่งนี้

Google Maps

7. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูกัง (Kaiyukan)

สำหรับคนที่บินไปเที่ยวโตเกียว แต่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ หรืออยากเที่ยวญี่ปุ่นให้ครบๆ ก็สามารถซื้อบัตร JR Pass แล้วนั่งรถไฟข้ามภูมิภาคมาเที่ยวที่โอซาก้าได้ สำหรับแลนด์มาร์คดังของโอซาก้าก็คือ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูกัง (Kaiyukan)” พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง และเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ ทั่วทั้งญี่ปุ่น ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีสัตว์น้ำมากมายหลายชนิด มีทั้งนกเพนกวิน ฉลามวาฬ ปลากระเบน และมีแท้งค์น้ำขนาดใหญ่ที่จุสัตว์น้ำมากมายหลายสายพันธุ์ สำหรับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูกังนี้ ได้ติดหนึ่งในสิบของอควาเรี่ยมที่ดีที่สุดทั่วโลก

Google Maps

ซื้อบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูกัง (Kaiyukan) กับTraveloka

8. ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์เจแปน (Universal Japan)

สวนสนุกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโอซาก้าก็คือ “ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์เจแปน (Universal Japan)” สวนสนุกธีมพาร์คของสตูดิโอ ยูนิเวอร์แซล ที่ด้านในนั้นจะมีเครื่องเล่นมากมายที่น่าตื่นตาตื่นใจ สำหรับโซนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดหนึ่งโซน ก็คงหนีไม่พ้นโซนแฮร์รี่ พอตเตอร์ เพราะเหมือนได้จำลองตรอกไดแอกอนมายกไว้ที่ยูนิเวอร์แซลแห่งนี้ นอกจากนั้นยังเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เพราะมีทั้งเครื่องเล่นที่ไม่น่าหวาดเสียว เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีเด็กเล็กๆ หรือนักท่องเที่ยวแนวครอบครัว

Google Maps

ซื้อบัตรUniversal Studios Japan กับTraveloka

9. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

มาโอซาก้าทั้งที ถ้าไม่แวะมาเที่ยวที่ “ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)” ขอบอกเลยว่าพลาดมาก เพราะว่าปราสาทโอซาก้านี้ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คเด่นอีกจุดหนึ่งของเมืองโอซาก้านี้ สำหรับปราสาทแห่งนี้ถือว่าเป็นปราสาทที่สวย และมีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ของเมืองโอซาก้า มีความสวยงามมาก และมีปราสาททั้งหมด 8 ชั้น มีทั้งกำแพง คูน้ำ และสวนสวยๆ อยู่ล้อมรอบ อีกทั้งในช่วงที่ซากุระบาน คนส่วนใหญ่จะนิยมมาชมความงามของซากุระที่อยู่โดยรอบปราสาทโอซาก้านี้

Google Maps

ซื้อบัตรชมเมืองโอซาก้า กับTraveloka

10. เมืองฮาโกเน่ (Hakone)

ใกล้ๆ กับเมืองโตเกียว ชนิดที่ว่าไม่ได้ไกลอะไรมากนัก และไม่ได้เดินทางข้ามภูมิภาคขนาดนั้น แนะนำให้ลองมาเที่ยวที่เมืองฮาโกเน่ เมืองเล็กๆ ที่แสนจะสงบสุข มีแลนด์มาร์คเด่นก็คือภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งถ้าหากใครที่อยากเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิสวยๆ อยากชมความงดงามของธรรมชาติ แนะนำให้มาเที่ยวที่เมืองนี้ ความโดดเด่นของเมืองฮาโกเน่คือจะโด่งดังในเรื่องของบ่อแช่ออนเซ็น และการนั่งกระเช้าขึ้นไปกินไข่ดำบนยอดภูเขาไฟ โดยมีความเชื่อว่าถ้ากินไข่ดำไป 1 ฟอง ก็จะมีอายุยืนไปอีก 7 ปี

Google Maps

ซื้อบัตรฮาโกเน่ฟรีพาส (Hakone Free Pass) กับTraveloka

11. หมู่บ้านคุราชิกิ (Kurashiki Bikan Historical Quarter)

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น ก็ย่อมต้องอยากเที่ยวในเมืองเก่า หรือส่วนที่เป็นหมู่บ้านมรดกโลกที่ได้รับการอนุรักษ์ ให้บ้านเรือนยังคงสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม สำหรับใครที่ชอบเที่ยวเมืองแบบสวยๆ แนะนำให้มาเที่ยวที่ “หมู่บ้านคุราชิกิ (Kurashiki Bikan Historical Quarter)” เมืองแห่งประวัติศาสตร์สวยๆ มีกำแพงสีขาวสะอาดโดดเด่นตัดกับหลังคาสีดำ เหมาะกับการถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับมาล่องเรือชมความงามของเมืองๆ สวยแห่งนี้ ที่แค่ได้มาเดินรอบๆ ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ หรือแวะกินขนมอร่อยๆ สักร้านก็สุขใจแล้ว

Google Maps

12. นิกโก้ (Nikko)

ใครเป็นนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ต้องห้ามพลาดที่จะซื้อบัตรรถไฟ JR Pass แล้วนั่งไปชมความงดงามของป่าเขา หรือช่วงฤดูไบ้ไม้เปลี่ยนสีที่เมือง “นิกโก้ (Nikko)” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโทจิกิ (Tochigi) อยู่ไม่ห่างจากโตเกียวมากนัก สามารถไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือว่าจะค้างคืนก็ได้อีกเช่นกัน ความโดดเด่นของเมืองนิกโก้ก็คือเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงาม เป็นจุดแลนด์มาร์คเด็ดสำหรับการมาชมใบไม้เปลี่ยนสี อีกทั้งยังมีศาลเจ้าที่ขึ้นชื่ออีกมากมาย นับว่าเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ถ้าหากใครอยู่โตเกียวแล้วมีเวลา ก็อยากให้ลองแวะมาเที่ยวกัน

Google Maps

13. ซาโอะหมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก (Zao Fox Village)

เที่ยวสวนสัตว์อย่างเดียวอาจจะดูธรรมดาไป สำหรับใครที่มาเยือนถึงญี่ปุ่นแล้ว อยากให้ลองแวะไปเที่ยวที่ “ซาโอะหมู่บ้านสุนัขจิ้งจอก (Zao Fox Village)” ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเซ็นได จังหวัดมิยะงิ สามารถเดินทางมาเที่ยวจากโตเกียวได้ แต่อาจจะต้องยอมจ่ายเงินค่าเดินทางเยอะสักหน่อย แต่บอกเลยว่าคุ้ม! เพราะในหมู่บ้านแห่งนี้จะมีสุนัขจิ้งจอกมากมายหลายสายพันธุ์ ที่ถูกเลี้ยงอย่างอิสระ กระจายตัวอยู่ทั่วหมู่บ้านเต็มไปหมด สำหรับใครที่อยากเข้าไปถ่ายรูปกับสุนัขจิ้งจอกน่ารักๆ ต้องจ่ายค่าเข้าคนละ 1000 เยน

Google Maps

14. เมืองโยโกฮามะ (Yokohama)

ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากใครที่เที่ยวโตเกียวจนเบื่อแล้ว ให้ลองนั่งรถไฟมาอีกสักหน่อย ก็จะเจอกับเมืองโยโกฮามะ (Yokohama) เป็นเมืองท่าชื่อดังที่ตั้งอยู่ตอนใต้ของโตเกียว สามารถเดินทางไปเที่ยวจากโตเกียวได้แบบวันเดียวไปกลับ อีกทั้งยังสามารถนั่งรถไฟไปลงที่เมืองนี้ได้โดยใช้เวลาประมาณแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น สำหรับที่เที่ยวของเมืองโยโกฮามะที่น่าสนใจก็คือ พิพิธภัณฑ์ราเมง Cup Noodles Museum หรือพิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โรงเบียร์คิริน และชิงช้าสวรรค์ที่เป็นแลนด์มาร์คของเดือนนี้

Google Maps

15. วัดเซอิเรียวจิ (Seiryu temple)

มีโอกาสอยากให้ลองแวะมาเที่ยวเมืองอาโอโมริ ที่สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นมาเที่ยวได้ใกล้ๆ จากโตเกียว ไม่ต้องแวะมาค้าง แค่แวะมาเที่ยวแบบวันเดียวกลับก็ได้แล้ว แต่อาจจะต้องจองรอบรถไฟให้ดีๆ สำหรับวัดแห่งนี้จะโด่งดังเรื่องพระใหญ่ ที่ถือว่าเป็นองค์พระใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยวัดนี้ถึงแม้ว่าเพิ่งจะสร้างไม่นาน เมื่อปี ค.ศ. 1984 แต่วัดนี้ก็ได้กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งอาโอโมริ และได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย นอกจากคนส่วนมากที่เดินทางมาเพื่อไหว้พระใหญ่แล้วนั้น ก็ยังเพลิดเพลินไปกับความงาม และบรรยากาศโดยรอบที่ร่มรื่น นอกจากนั้นบริเวณวัดก็ยังมีคาเฟ่สไตล์โบราณคอยให้บริการด้วยนะ

Google Maps

16. โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)

ขอเอาใจคนที่เที่ยวนอกโตเกียว แต่อยากมาสัมผัสบรรยากาศของความสนุกสนาน หรือพาครอบครัวมาเที่ยวที่ “โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland)” ก็สามารถซื้อบัตร JR Pass มาเที่ยวที่สวนสนุกแห่งนี้ได้เช่นกัน สำหรับโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ก็เป็นสวนสนุกธีมพาร์ค ที่เน้นตัวการ์ตูนของวอลต์ ดิสนีย์ มีเครื่องเล่นมากมาย ทั้งเครื่องเล่นหวาดเสียว และเครื่องเล่นสำหรับเด็ก และครอบครัว นอกจากนั้นสิ่งที่ดึงดูดให้คนจำนวนมากมาเที่ยวที่นี่ ก็คือร้านของขายที่ระลึกน่ารักๆ ที่ค่อนข้างเอ็กซ์คลูซีฟ เพราะทำมาเพื่อขายที่นี่โดยเฉพาะ

Google Maps

ซื้อบัตรเข้าโตเกียวดิสนีย์แลนด์ หรือ โตเกียวดิสนีย์ซี กับTraveloka

17. เมืองคานาซาวะ (Kanazawa)

อยากสัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าตั้งสมัยเอโดะแนะนำให้แวะมาเที่ยวที่เมืองคานาซาวะ (Kanazawa) ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยความสวยงาม เป็นเมืองเก่าที่บรรยากาศดี คนส่วนใหญ่ยังนิยมไปเที่ยวเมืองคานาซาวะเพราะอากาศค่อนข้างเย็นสบาย สามารถมาเที่ยวกันได้ตลอดปี สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ในเมืองคานาซาวะที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Kenroku-en (สวนเค็นโรคุเอ็น) และKanazawa Castle (ปราสาทคานาซาว่า) นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่น่าสนใจ เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คดังของเมืองนี้

Google Maps

18. สวนสนุก Fuji-Q Highland

หากใครเคยไปเที่ยวทั้งที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์ และยูนิเวอร์แซลมาแล้ว แนะนำอีกหนึ่งสวนสนุกที่จะทำให้คุณสนุกแบบสุดเหวี่ยง เพราะ “Fuji-Q Highland” เป็นสวนสนุกที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเล่นหวาดเสียวในรูปแบบต่างๆ มีรถไฟเหาะให้เลือกเล่นหลายรูปแบบด้วยกัน แต่ที่แนะนำก็คือรถไฟเหาะที่สูงที่สุด และขึ้นชื่อว่าหวาดเสียวที่สุด นั่นก็คือ “Takibisha” เครื่องเล่นรถไฟเหาะที่เวลาทิ้งตัวลงมาจะมีดิ่งทำมุมมากถึง 121 องศาด้วยกัน นอกจากความหวาดเสียวที่คุณจะได้รับแล้วนั้น ยังได้ชมวิวสวยๆ ของภูเขาไฟฟูจิจากด้านบนเครื่องเล่นอีกด้วย

Google Maps

19. เมืองยูซาวะ (Yuzawa)

คนส่วนใหญ่มักมาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาวเพราะว่าต้องการจะมาเล่นสกี หรือว่าเล่นหิมะ โดยเฉพาะที่เมืองยูซาวะ (Yuzawa) ซึ่งสามารถเดินทางมาเที่ยวกันง่ายๆ ด้วยรถไฟ JR เป็นเมืองที่มีหิมะตกค่อนข้างหนัก จนทั้งเมืองกลายเป็นสีขาวโพลน จุดหมายปลายทางหลักของคนแทบจะ 90 เปอร์เซ็นที่เดินทางมาเที่ยวเมืองยูซาวะ คือต้องการที่จะมาเที่ยว GALA Yuzawa สกีรีสอร์ทชื่อดังของเมืองนี้ นอกจากจะโด่งดังเรื่องสกีรีสอร์ทแล้ว ที่ยูซาวะยังโด่งดังเรื่องออนเซ็น สาเกอันขึ้นชื่อ และอาหารอร่อยๆ อีกมากมาย

Google Maps

20. มาเธอร์ ฟาร์ม (Mother Farm)

ใกล้ๆ กันกับโตเกียว ชนิดที่ว่าไปเที่ยววันเดียวก็ได้ ยังมีอีกฟาร์มที่น่าสนใจก็คือ “มาเธอร์ ฟาร์ม (Mother Farm)” แหล่งท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เหมาะกับทั้งเด็ก และครอบครัว หรือนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ไฮไลท์ของมาเธอร์ ฟาร์ม คือจะมีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะมากมาย อาทิ การแสดงสัตว์ การให้อาหารสัตว์ เครื่องเล่นมากมาย ทัวร์แทรกเตอร์ หรือแม้แต่การเก็บผลไม้ตามฤดูกาล ถ้าหากใครเบื่อการเที่ยวในเมืองแบบเดิม แนะนำให้นั่งรถไฟมาเที่ยวที่มาเธอร์ฟาร์มได้เลย

Google Maps

ซื้อบัตรเข้าชมมาเทอร์ฟาร์มที่โตเกียว (Tokyo Mother Farm) กับTraveloka

เชื่อเถอะว่านอกจากความคุ้มค่าของการนั่งรถไฟ และซื้อบัตรโดยสารแบบ JR Pass แล้ว การเที่ยวหลายๆ เมืองสับเปลี่ยนกันไป ยังช่วยทำให้ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นการเที่ยวญี่ปุ่นครั้งเดียว แต่ทว่าคุ้มค่า หากใครที่อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งเดียว แต่เที่ยวได้หลายๆ เมืองก็จัด JR Pass กับ Traveloka ไปเลยดีกว่า บอกเลยว่าสะดวกกว่ากันเยอะ!

บทความนี้เป็น Advertorial

Comments

comments

Load More Related Articles
Load More By Fuchiko
Load More In where to go

Check Also

ห้ามพลาดงานเด็ด!! รวมเทศกาลเที่ยวญี่ปุ่นช่วงปลายปี

เที่ยวญี่ปุ่นกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ  ด้วยความสวยงามของลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย  ทัศนียภาพทา…