Home Blog เจ็ดเทพแห่งโชคลาภของญี่ปุ่น ใครเป็นใครกันบ้างนะ

เจ็ดเทพแห่งโชคลาภของญี่ปุ่น ใครเป็นใครกันบ้างนะ

14 second read
Comments Off on เจ็ดเทพแห่งโชคลาภของญี่ปุ่น ใครเป็นใครกันบ้างนะ
1
8,128

ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในถิ่นที่อยู่ของเทพมหัศจรรย์หลายชนิด โดยเทพเจ้าเหล่านี้เป็นตัวแปรที่กำหนดวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นหลายๆ อย่าง ทั้งเทศกาล วัฒนธรรม ที่ได้รับความนิยมเห็นจะเป็นเทพกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า Shichi Fukujin หรือเจ็ดเทพแห่งโชคลาภ โดยเป็นตัวแทนของโชคลาภหลายแบบด้วยกัน และเป็นเทพแห่งโชคลาภมาตั้งแต่ยุคสมัยศตวรรษที่ 15

เจ็ดเทพแห่งโชคลาภของญี่ปุ่นนั้นในตำนานกล่าวว่าเดินทางด้วยเรือที่ชื่อว่า Takarabune หรือเรือสมบัติ ที่เต็มไปด้วยสมบัติที่จะแบ่งปันลาภให้กับผู้เชื่อ สาวก ของเทพเหล่านี้ในช่วงปีใหม่

恵比寿 (Ebisu)

เอบิสึเป็นเทพองค์เดียวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นเทพการประมงและการค้า ได้รับความนิยมจากผู้คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมประมงอย่างมาก โดยมักจะพบในรูปที่ถือปลาอยู่ในมือซ้าย ส่วนมือขวาเป็นคันเบ็ด และใส่หมวกทรงแหลม โดยสถานีรถไฟ และเบียร์ เอบิสึ ได้ใช้ชื่อมาจากเทพองค์นี้นั่นเอง

เอบิสึเป็นเทพตัวแทนความดีในความซื่อสัตย์

大黒天 (Daikokuten)

ไดโกกุเทน หรือที่เรียกว่าไดโกกุ เปรียบเสมือนพระศิวะ (อินเดีย) หรือเจ้าแม่กาลี (ฮินดู) นั่นเอง โดยเป็นเทพที่มาจากความเชื่อต่างแดน รับเข้ามาในญี่ปุ่นราวๆ ยุคศตวรรษที่ 9

เทพไดโกกุเทนมักจะปรากฏมาพร้อมกับไม้ตะลุมพุกในมือขวา ยิ้มตลอดเวลา และยืนอยู่บนถุงข้าวห่อใหญ่ มีบางตำนานเล่าว่าเอบิสึ เป็นลูกของเทพไดโกกุเทนอีกด้วย โดยมักจะปรากฏพร้อมกับเทพ ฟุคุโรคุจู เป็นสามเทพแห่งโชคลาภอีกด้วย

ไดโกกุเทนเป็นตัวแทนของความดีจากโชคลาภ

弁財天 (Benzaiten)

เบนไซเทน หรือที่เรียกว่าเบนเทน เป็นเทพหญิงองค์เดียวในหมู่เทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด โดยเป็นเทพในศาสนาพุทธของญี่ปุ่น (แต่มีต้นกำเนิดรับมาจากเทพสาระวาตี ในความเชื่อฮินดู) เบนไซเทนเป็นเทพแห่งดนตรี งานศิลป์ และความรู้ มักปรากฏตัวในสภาพถือบิวะ เครื่องดนตรีประเภทน้ำเต้าของญี่ปุ่น มีวิหารและวัดในญี่ปุ่นที่บูชาเทพเบนไซเทนที่เอโนชิมะโดยเฉพาะ

เบนไซเทนเป็นตัวแทนความดีของความสุข

毘沙門天 (Bishamonten)

บิชามอนเทนเป็นเทพนักรบ และผู้ลงทัณฑ์ความชั่ว โดยมีอีกชื่อว่าบิชามอน เป็นเทพที่รับมาจากอินเดีย (เช่นเดียวกับไดโกกุเทน และเบนไซเทน)  นอกจากนี้แล้วเทพบิชามอนยังเป็นหนึ่งในเทพผู้พิทักษ์ของศาสนาพุทธญี่ปุ่นอีกด้วย มักจะพบในสภาพใส่ชุดเกราะ ใบหน้าหาเรื่องจริงจัง และถืออาวุธในมือข้างหนึ่ง และศาลาในมืออีกข้างหนึ่ง

ศาลาในมือของบิชามอนนั้นเป็นตัวแทนมหาสมบัติที่เทพบิชามอนปกป้องอยู่ โดยบิชามอนเป็นเทพตัวแทนศักดิ์ศรีและเกียรติยศ

福禄寿 (Fukurokuju)

ฟุคุโรคุจูเป็นเทพแห่งความร่ำรวย ความสุข และอายุยืนยาว ชื่อมาจากคำญี่ปุ่นสามคำ Fuku Roku และ Ju รวมกัน เชื่อว่าเป็นส่วนผสมมาจากเทพสามดาวของจีน

ฟุคุโรคุจูมักจะพบเห็นในสภาพหนวดยาว หน้าผากสูง และใส่ชุดจีนยาว บางครั้งก็จะมีสัตว์อายุยืนอื่นๆ รอบตัว เช่นกวาง เต่า หรือ กระเรียน ฟุคุโรคุจูเป็นตัวแทนของอายุยืนยาว

寿老人 (Jurojin)

จุโรจินเป็นเทพแห่งปัญญา และอายุยืนยาวที่รับมาจากจีน โดยมีความใกล้เคียงกับฟุคุโรคุจูอย่างมาก บางครั้งก็ถูกเข้าใจสลับกัน และบางตำนานก็เล่าว่าทั้งสองอยู่ในร่างกายเดียวกัน ในไม้เท้าของจุโรจินใส่คัมภีร์ม้วน หรือมากิโมโนะเอาไว้

จุโรจินเป็นเทพตัวแทนของปัญญา

布袋様 (Hotei Sama)

เทพองค์สุดท้ายคือโฮเทย์ซามะ หรือท่านโฮเทย์นั่นเอง เป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์และความสุข แน่นอนว่ารับมาจากจีน เป็นร่างจุติของพระศรีอริยเมตรไตรนั่นเอง

โฮเทย์มักจะปรากฏในสภาพนั่งแผ่พุงใหญ่เป็นเหมือนพระสงฆ์จีน นอกญี่ปุ่นก็รู้จักกันในนามเทพหัวเราะ เทพความสุข แน่นอนว่าโฮเทย์เป็นตัวแทนของความสุข

ธรรมเนียมเกี่ยวกับเทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด

ตามธรรมเนียมในญี่ปุ่นที่มีเทพแห่งโชคลาภเข้ามาเกี่ยวข้อง เด็กๆ ญี่ปุ่นมักจะถูกผู้ใหญ่บอกเก็บรูปเทพทั้งเจ็ดบนเรือสมบัติใต้หมอนในคืนปีใหม่ เชื่อว่าถ้าฝันเห็นความสุข คนนั้นจะมีปีที่ดีรอคอยตลอดทั้งปี แต่ถ้าฝันร้าย ก็จะเชื่อว่าฝันร้ายนั้นถูกลอยไปกับแม่น้ำหมดแล้ว โชคลาภจะเปลี่ยนแปลงเรื่องร้ายๆ เหล่านั้น

อีกธรรมเนียมที่นิยมทำกันในช่วงสัปดาห์แรกของปีใหม่ก็คือ Shichi Fukujin Meguri หรือการแสวงบุญสู่วิหารแห่งเทพโชคลาภทั้งเจ็ด โดยพากันไปไหว้บูชาเคารพเหล่าเทพ โดยหวังว่าจะได้รับการอวยพร ในอดีตคนมักจะเดินทางไปแสวงบุญด้วยเท้า แต่ปัจจุบันก็มีทั้งรถ รถบัส หรือรถไฟ ทำให้การเดินทางไปแสวงบุญเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิมมาก

อีกหนึ่งสิ่งที่มักจะทำระหว่างออกไปแสวงบุญกันก็คือซื้อสมุดหนังสือพิเศษที่มีชื่อเรียกว่า Shuincho ซื้อมีไว้สะสมตราประทับ (shuin) จากแต่ละศาลเจ้า โดยจะมีแนะนำเส้นทางการเดินทางสำหรับเทพเจ้าแต่ละองค์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องบังคับว่าต้องเดินทางเส้นทางไหน จุดประสงค์หลักคือการไปไหว้เทพเจ้าทั้งเจ็ดต่างหาก

ธรรมเนียมสุดท้ายที่จะกล่าวถึงก็คือให้ไปลูบรูปปั้นเทพเจ้าแต่ละองค์ โดยเชื่อว่าการลูบหัว หรือไหล่ของไดโกกุจะนำมาซึ่งความร่ำรวย ขณะที่การลูบพุงโฮเทย์ ก็จะนำมาซึ่งโชคดีและความสุข แม้ว่าธรรมเนียมประเพณีการลูบรูปปั้นจะมีอยู่ในหลายความเชื่อ หลายประเทศ แต่ที่ญี่ปุ่นนี่จริงจังกันมากเลยล่ะ

ในญี่ปุ่นนั้นมีศาลเจ้าสำหรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดมากมายทีเดียว โดยในระยะหลังได้กลายเป็นของฝากสำหรับชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวอีกด้วย โดยในโลกสมัยใหม่นี้แม้ว่าความเชื่อจะกลายเป็นอดีต ปัจจุบันคือวิทยาศาสตร์ แต่เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดกลับกลายเป็นสิ่งที่คนยังคงให้ความสำคัญอยู่ เอาล่ะอีกเพียงอึดใจเดียวก็จะเข้าปีใหม่แล้ว มีใครสนใจวางแผนจะไปเดินสายไหว้พระกันที่ญี่ปุ่นบ้างไหม

ที่มา – Jpninfo

Comments

comments

Load More Related Articles
Load More By Fuchiko
Load More In Blog

Check Also

ประกันภัยการเดินทาง อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามถ้าไปเที่ยวต่างประเทศ

ต้นเดือนหน้าก็จะได้เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้ง ปกติแล้วเวลาจองตั๋วเครื่องบินก็มักจะซื้อประ…