Home eat story 6 ร้านมิเชลลิน ราคาไม่แพงที่โตเกียว ที่คุณควรจะไปลอง

6 ร้านมิเชลลิน ราคาไม่แพงที่โตเกียว ที่คุณควรจะไปลอง

1 min read
0
0
299

โตเกียวเป็นเมืองหลวงที่ไม่เคยขาดของกิน ถ้าหากเดินดูดีๆ แทบจะพบว่าทุกหัวมุมถนนสามารถหาร้านอาหารเพื่อเติมพลังได้ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเมืองที่ได้รับดาวมิเชลลินเยอะที่สุดในโลกอีกด้วย

เฉพาะในปี 2017 ที่ผ่านมาโตเกียวมีร้านอาหาร 234 ร้านที่ได้รับดาวมิเชลลิน และรวมทั้งหมด 314 ดวงด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้นไม่ใช่ทุกร้านจะแพงระยับจนได้แต่มองแต่ไม่มีโอกาสลองกิน

เอาล่ะ งั้นเราขอหยิบมาแนะนำสักห้า-หกร้านที่ถูก ราคามิตรภาพ และอร่อยสุดๆ ไปเลย

Michelin

Toritsune Shizendo

ร้านอาหารผู้เชี่ยวชาญด้านไก่ในโตเกียวนี้มีอาหารสารพัดรูปแบบ โดยราคาสูงสุดเมนูอาหารมื้อเย็นมีที่แพงระยับถึงระดับ 10,000 เยน แต่สำหรับเราๆ แล้วกินแค่เมนูราคาประหยัดก็อร่อยเลอเลิศได้เหมือนกัน

เมนูที่แนะนำให้ไปลองก็คือเมนูอาหารเที่ยง ไม่ว่าจะเป็น Oyakodon ที่มีหลากหลายรูปแบบ (มีทั้งหมดหกแบบที่แตกต่างกัน) ราคาเริ่มต้นที่พันเยนเท่านั้น และแน่นอนว่าคิวยาวเหยียก หรือจะสั่งเมนูอื่นๆ ที่เป็นเมนูพิเศษประจำวันก็ได้ โดยแต่ละวันจะทำเอาไว้เพียง 20 ที่เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Tokujo Oyakodon ราคาเพียง 1,600 เยน หรือ Tokujo Motsu-iri Oyakodon ราคาเพียง 1,900 เยนเท่านั้น ความแตกต่างจากเมนูปกติคือข้าวพรีเมียม ไข่เกรดดี และไก่ชั้นเลิศ

วิธีเดินทางไป – Google Maps

  • Suehirocho Station (Ginza line)

วันเวลาเปิดให้บริการ

  • มื้อเที่ยง: 11.30 – 14.00 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 13:30 นาฬิกา)
  • มื้อเย็น: 17.30 – 22.00 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 21:00 นาฬิกา)

Chuka Kosai Jasmine

ร้านนี้จัดว่าเป็นหนึ่งในร้านอาหารจีนที่ดีที่สุดในย่านชิบุย่า เมนูรสจัดจ้านจากจีนนี้คนไทยคุ้นเคยกันดีเนื่องจากเป็นอาหารจากเสฉวน เมนูจะเต็มไปด้วยสีสันและความล้นของโรยหน้า กินแล้วอาจจะเผ็ดๆ ที่ลิ้นเล็กน้อย

ราคาแพงสุดอยู่ที่จานละ 4,000 เยน แต่แน่นอนว่านักท่องเที่ยวสายประหยัดอย่างเราไม่ต้องกังวลไป เมนูอาหารเที่ยงมีเซ็ตที่เริ่มต้น 1,100 เยน มีทั้งจานหลัก ข้าว ซูป และของเคียง รวมไปถึงของหวาน (กำไรมั้ยเนี่ย!) และถ้าจ่ายเพิ่มอีก 250 เยน จะได้ของเพิ่มเป็นเต้าหู้มาโปะ ซิกเนเจอร์ประจำร้านอีกด้วย

เมนูที่ขอแนะนำเลยก็คือหมูในซอสน้ำส้มสายชูดำ และไก่ย่างราดซอสพริก (ชื่อภาษจีนคือ Liang ban ji) ไก่นุ่มเผ็ดนิดหน่อย มีซอสหวานๆ เปรี้ยวๆ ปนๆ กันไป มีตัวเลือกเครื่องเทศให้ผสมกินเป็นซอส 15 แบบด้วยกัน

วิธีเดินทางไป – Google Maps

  • Hiroo Station (Hibiya line)
  • Ebisu Station

วันเวลาเปิดให้บริการ

  • มื้อเที่ยง: 11.30 – 15.00 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 14:30 นาฬิกา)
  • มื้อเย็น: 18.00 – 23.00 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 22:00 นาฬิกา)

Tonkatsu Hasegawa

ร้านนี้เพิ่งเข้ามาติดมิเชลลินปีนี้ โดยเนื้อหมูที่ใช้เป็นหมู Hiraboku ชั้นดีเกรดพรีเมียมจากจังหวัดยามากาตะ เนื้อสีชมพูโรยเกลือให้รสหวานออกมาชัดเจน และนอกจากซอสทงคัตสึปกติที่เรากินได้ทั่วไปแล้ว ทางร้านยังมีแป้งขนมปังให้เราชุบหมูกินเพิ่มอีกด้วย เรียกได้ว่ากรอกนอกนุ่มในจริงๆ และไม่มีน้ำมันเหลือให้รู้สึกเลี่ยนๆ ในปากอีกต่างหาก

ราคาเมนูอาหารเที่ยงกับอาหารเย็นค่อนข้างคล้ายกัน โดยมื้อเที่ยงขายเป็นเซ็ตมีขาว ซูปมิโสะและแตงกวาดอง ขายราคาถูกกว่าื้อเย็นพอสมควร อย่างเช่น Pork-loin Cutlet ขายอยู่ที่ 1,00 เยน มื้อเย็นจะดีดขึ้นไปเป็น 1,500 เยนแทน แต่ถ้าอยากจะลองของแพงละก็ต้องลองสั่ง Super Premium Pork-loin Cutlet ราคาทั้งเซ็ตอยู่ที่ 2,800 เยน เนื้อหมูหนาๆ เหมือนหินอ่อนสวยงาม ไขมันสีขาวขุ่นละลายอยู่เยิ้มบนเนื้อ และมัสตาร์ดกับวาซาบิพร้อมให้จิ้มเสริมสัมผัสเรียกได้ว่าเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ

วิธีเดินทางไป – Google Maps

  • Ryogoku Station (Chuo-Sobu line)

วันเวลาเปิดให้บริการ

  • มื้อเที่ยง: 11.30 – 14.30 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 14:00 นาฬิกา)
  • มื้อเย็น: 17.00 – 22.30 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 22:00 นาฬิกา)

Japanese Soba Noodles Tsuta

ร้านนี้มีเมนูมิเชลลินที่ราคาต่ำกว่าพันเยน! แต่ถ้าอยากจะกินชัวร์ๆ ก็บอกเลยว่าต้องไปต่อคิวตั้งแต่แปดโมงเช้า แต่ถ้าถามว่าคุ้มค่าที่จะไปต่อคิวไหมก็บอกเลยว่าคุ้ม แม้ว่าโตเกียวจะมีร้านราเมงหลายพันร้านก็ตาม แต่การมาลิ้มชิมที่ร้าน Tsuda ก็คุ้มค่าแก่เวลาที่ต้องรอคอยอย่างมาก โดยร้านนี้มีลูกค้ามาต่อคิวยาวเหยียดตั้งแต่ก่อนจะได้รับดาวมิเชลลินอีก ดังนั้นบอกเลยว่าศึกครั้งนี้ไม่ง่ายแน่นอน

เชฟประจำร้าน Yuki Onishi ฝีมือเทพจนทำให้มิเชลลินต้องมอบดาวให้ ตอนนี้ไปปรากฏอยู่บนเสื้อยืดของที่ระลึกหน้าร้าน (ที่ตู้กดอัตโนมัติ) ไปแล้ว เรียกได้ว่าถ้าไม่มั่นใจจริงไม่เอาหน้าตัวเองไปอยู่บนเสื้อยืดของที่ระลึกแน่

ในร้านมีที่นั่งเคาท์เตอร์ทั้งหมด 9 ที่ด้วยกัน และถ้าหากมีที่ว่างเพียงชั่วอึดใจก็จะมีคนอื่นเข้ามานั่งต่อ ทางร้านใช้เห็ดทรัฟเฟิลดำและเห็ดเอโนกิทำซุป ซอสถั่วเหลืองชั้นดำทำให้ซุปมีความกลมกล่อม เส้นโซบะแน่นนุ่มเคี้ยวไปก็ละมุนปากไป พร้อมกลิ่นเนื้อหมูที่ละลายอยู่จนน้ำซุปมีรสอุไม อย่างไรก็ตามทางร้านก็มีข้อกำหนดค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นห้ามถ่ายรูปครัว หนึ่งคนกินได้หนึ่งชาม

ทางร้านตอนนี้มีระบบล็อกเวลาให้ใหม่ (เรียกว่า Entrace ticket system) จะล็อกเวลาเข้ามาทานให้ โดยต้องจ่ายเงินมัดจำ 1,000 เยนเอาไว้ และเริ่มแจกจ่ายตั้งแต่ 7 โมงเช้าเป็นต้นไป หลัง 4 โมงเย็นไม่มีตั๋วการันตีให้ว่าจะได้นั่งกิน ต้องไปต่อคิวเท่านั้นแหละหวังว่าเมนูจะไม่หมดก่อนถึงคิว

วิธีเดินทางไป – Google Maps

  • Sugamo Station (Mita, Yamanote lines)

วันเวลาเปิดให้บริการ

  • ปิดวันพุธ วันอื่นเปิด: 11.00 – 18.00 นาฬิกา

Zuisetsu

ร้านอาหารน่านั่งบรรยากาศดีในย่านเซตากายะนี้เสิร์ฟอาหารจีนกวางตุ้ง แต่มีการปรับรสให้เหมาะกับความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเมนูชื่อดังของที่นี่เป็ฯอาหารซีฟู้ด ราคาอยู่ระหว่าง 7,000 – 10,000 เยน เรียกได้ว่าโหดพอควรสมกับที่เป็นมิเชลลิน อาหารเที่ยงราคาถูกกว่าเยอะโดยเมนูอย่างราเมงอยู่ที่ 1,200 เยนเท่านั้น หรือจะกินเป็นเซ็ตอาหารก็มีเริ่มต้นที่ 1,620 เยน

ตอนนี้ทางร้านมี mini course lunch ที่เป็นของเรียกน้ำย่อย (เต้าหู้เหนียว) เกี๊ยวน้ำและวุ้นเส้นในน้ำมันเผ็ด ส่วนเมนูหลักเป็นราเมงครึ่งชาม กับของหวาน ราคาเพียง 2,160 เยนเท่านั้น ส่วน Dandanmen เป็นหมูสามชั้นแบบเบคอนเติมความหวานและนุ่มลึกให้กับเส้นราเมงอย่างดี

วิธีเดินทางไป – Google Maps

  • Umegaoka Station (Odakyu Odawara line)

วันเวลาเปิดให้บริการ

  • วันจันทร์ – พุธ มื้อเที่ยง: 11.30 – 14.00 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 13:45 นาฬิกา)
  • วันจันทร์ – พุธ มื้อเย็น: 18.00 – 21.00 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 20:00 นาฬิกา)
  • วันศุกร์: มื้อเย็น: 18.00 – 21.00 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 20:00 นาฬิกา)
  • วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุด: มื้อเที่ยง: 12.00 – 14.00 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 13:45 นาฬิกา)
  • วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุด: มื้อเย็น: 18.00 – 21.00 นาฬิกา (ปิดรับออร์เดอร์ 20:00 นาฬิกา)

Anda Gyoza

เกี๊ยวซ่าญี่ปุ่นมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากที่อื่นตรงที่มันจะถูกนำไปทอด ข้างในมักจะเป็นหมูสับ แตกต่างจากต้นกำเนิดอย่างประเทศจีนพอสมควร โดยในญี่ปุ่นนั้นมักจะมีขนาดเล็ก เสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงอาหารชนิดอื่นๆ เช่นราเมง

ร้าน Anda Gyoza จะเสิร์ฟราเมงที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ แป้งมีการทำสีด้วยแป้งข้าวโอ๊ต ทำให้สีออกน้ำตาลมากกว่าปกติ และใช้การนึ่ง (เหมือนในจีน) แทนที่จะเป็นการทอดตามแบบญี่ปุ่นทั่วไป  ดูละม้ายคล้ายกับพาสต้าตอร์เตโลนิ เสียมากกว่าเกี๊ยวซ่า ไส้ในมีการปรับปรุงเช่นกันโดยมีทั้งแตงกวาดอง ผักจีนสารพัดรูปแบบ ผงแกงกะหรี่ เรียกได้ว่าเป็นส่วนผสมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฝั่งไต้หวันเสียมากกว่าจีนหรือญี่ปุ่นโดยตรงเช่นข้าวหน้าหมู ก็รับมาจากข้าวหน้าเนื้อไต้หวัน ถ้าสั่งเป็นเซ็ตจะได้รับเกี๊ยวซ่าแปดชิ้น ข้าวหน้าหมู และซุปสาหร่ายที่กลิ่นหอมหวนและราคาทั้งหมดนี้เพียง 1,000 เยนเท่านั้น

แต่ถ้าคิดว่าธรรมดาเกินไปก็สามารถสั่งเพิ่มรสให้จัดจ้านขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้มสายชูดำ ซอสโชยุ หรือรายู (เกี๊ยวซ่าที่ทำจากน้ำมันงาและพริกหวาน) ทุกที่นั่งจะได้นั่งหน้าเคาท์เตอร์ โดยมีเบียร์ Hitachino Nest White Beer, Umeshu หรือแม้กระทั่งเหล้าจีนขายให้ลองด้วยล่ะ

สำหรับเมนูสำหรับสองที่พร้อมเครื่องดื่มอยู่ที่ 4,000 เยนครับ

วิธีเดินทางไป – Google Maps

  • Yoyogi-Uehara Station (Odakyu Odawara, Chiyoda lines)

วันเวลาเปิดให้บริการ

  • ปิดวันอังคาร วันอื่นเปิด: 11.30 – 23.00 นาฬิกา

ที่มา – Time Out

Comments

comments

Load More Related Articles
Load More By hypertext78
Load More In eat story

Check Also

ไปเที่ยว 5 ร้านคาเฟ่สัตว์ที่น่าสนใจในโตเกียวกันเถอะ

โตเกียวเป็นหนึ่งในเมืองที่เต็มไปด้วยคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ทั้งแบบธรรมดาอย่างคาเฟ่แมวและไม่ธรรมด…