Home outside tokyo 10 สถานที่เที่ยวห้ามพลาด ถ้าคุณวางแผนไปเที่ยว Osaka

10 สถานที่เที่ยวห้ามพลาด ถ้าคุณวางแผนไปเที่ยว Osaka

1 min read
0
1
675

Osaka เป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของประเทศญี่ปุ่น มีประชากรมากกว่า 3 ล้านคน เดินทางจากสนามบินคันไซไปยังตัวเมืองใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีโดยรถไฟ หากคุณเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและยังไม่ได้ไปเมือง โอซาก้า จะถือว่าคุณยังไม่ถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปในเมืองโอซาก้า กันครับ

ปราสาทโอซาก้า (Osaka castle)

สถานที่แรกก็คงไม่หนีพ้น Landmark ของจังหวัดโอซะกะ นั่นคือ ปราสาทโอซะกะนั่นเอง ปราสาทโอซะกะตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดประมาณ 1 ตารางกิโลเมตร โดยมีพื้นที่รอบๆประมาณ 60,000 ตารางเมตร สร้างอยู่บนพื้นที่สูงและล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำและกำแพงหินเพื่อป้องกันผู้บุกรุก โดยภายในปราสาทจะมีพิพิธภัณฑ์บ่งบอกถึงอดีตของโอซะกะ

Osaka

  • ค่าเข้าชมภายในปราสาท – ผู้ใหญ่ 600 เยน
  • ภายนอกปราสาท – ไม่มีค่าใช้จ่าย

การเดินทาง

  • รถไฟใต้ดิน: เดิน 10 นาที จาก Tanimachi 4-chrome Station [Tanimachi Subway Line, Chuo Subway Line]
  • รถไฟ: เดิน 10-15 นาที จาก Osakajokoen Station [JR Loop Line]

Universal Studios Japan

สวนสนุก Universal Studios เปิดทำการเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2001 มีผู้คนเข้าเยี่ยมชมมากกว่า 8 ล้านคนต่อปี ทั้งคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติก็ใฝ่ฝันที่จะไปเยี่ยมชม นอกจากจะมีเครื่องเล่นที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้นก็ยังมีกิจกรรมสันทนาการสำหรับครอบครัวมากมาย เช่น ขบวนพาเหรดในตอนเย็นถึงกลางคืน สำหรับที่นิยมสุดๆก็คงเป็น The wizarding world of  Harry potter ที่ได้จำแลงสถานที่ให้เหมือนในหนังที่โด่งดัง

ค่าเข้า USJ

  • 1 day pass / ผู้ใหญ่ 7,600 เยน , เด็ก 5,600 เยน
  • 2 day pass / ผู้ใหญ่ 12,800 เยน , เด็ก 8,620 เยน

(หมายเหตุ ราคาเด็กคืออายุต่ำกว่า 12 ขวบ)

การเดินทาง

  • รถไฟ: สถานี Universal City


Dōtonbori (Namba)

Dōtonbori เป็นอีก 1 สถานที่ที่คุณต้องไปเยือน ซึ่งย่านนี้จะเต็มไปด้วยร้านอาหารและช๊อปปิ้ง ทำให้มีผู้คนมาท่องเที่ยวมากมาย สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด คือ การนั่งเรือไปตามคลองจากสะพาน Dōtonboribashi ถึงสะพาน Nipponbashi และยังมีป้ายจากขนมชื่อดังที่คุณจะต้องไปถ่ายภาพคู่อีกด้วยนั่นคือป้ายกุลิโกะ (Glico Man) และมีร้านขายปูชื่อดังที่ไม่ควรพลาดอีกด้วย

ย่าน Dōtonbori ที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนและของอร่อย

ป้ายกุลิโกะ (Glico Man)

มาถึงโอซาก้าจะพลาดปูไปได้งัยจริงมั้ย

การเดินทาง

  • รถไฟ: สถานี Namba

Shinsaibashi

เอาใจขาช๊อปด้วยถนน Shinsaibashi ที่มีความยาวเกือบ 1 กิโลเมตร ทั้ง 2 ฝั่งเต็มไปด้วยร้านค้า มีทั้งร้านขายของฝาก , นาฬิกาแบรนด์เนมมือ2 , กระเป๋าแบรนด์เนม , เสื้อผ้า , ขนม , รองเท้า ฯลฯ และยังมีห้างสรรพสินค้า ช๊อปแบรนด์เนม เรียกได้ว่ามีทุกอย่างที่ต้องการเลยทีเดียว มีเงินเท่าไรก็คงจะต้องหมดแน่นอนหากมาเดินย่านนี้

การเดินทาง

  • รถไฟ: สถานี Namba

Den Den Town

หากพูดถึงย่านเครื่องใช้ไฟฟ้าในโตเกียวก็ต้องเป็น Akihabara แต่ถ้าเป็นที่โอซะกะ ต้องเป็น Den Den Town ย่านนี้จะขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ามากมายรวมถึงเครื่องเกมส์,ของเล่น,ฟิกเกอร์ มือ1 และมือ 2 แต่ว่าย่านนี้ไม่ใหญ่เท่า Akihabara ที่โตเกียว แต่ก็มีของให้เลือกไม่แพ้กัน อีกทั้งยังมี Maid cafe ให้นั่งเล่นอีกด้วย แต่มีกฏอยู่ว่า “ห้ามใช้กล้องส่วนตัวถ่ายรูป” แต่หากต้องการถ่ายรูปกับสาวๆก็สามารถติดต่อร้านโดยใช้กล่องของร้านได้ ซึ่งผมก็ไปนั่งมาแล้วเช่นกัน ฮ่าๆ

การเดินทาง

  • รถไฟ: สถานี Ebisucho

Shinsekai 

ย่านเก่าแก่ที่อดีตเคยเจริญรุ่งเรือง แม้ว่าปัจจุบันได้เสื่อมถอยลงไป แต่ก็ยังเป็นย่านที่น่าสนใจ เพราะมีหอคอยชื่อว่า Tsutenkaku  ซึ่งสามารถขึ้นไปชมความสวยงามด้านบนได้ แต่มีค่าเข้าชมนะครับ โดยรอบๆหอคอยจะรายล้อมไปด้วยร้านอาหารมากมายให้เลือกรับประทานและมีร้านขายของฝากเช่นกัน

การเดินทาง

  • รถไฟ: สถานี Ebisucho หรือ สถานี Dobutsuen-mae
  • รถไฟ: Shin-Imamiya (JR-Loop Line)

Kuromon Ichiban Market (ตลาดปลา)

ตลาดปลา Kuromon Ichiban Market ที่โอซะกะ เปรียบเสมือนตลาด Tsukiji ที่โตเกียว ที่นี่มีอาหารทะเลสดๆให้เลือกรวมถึงทางร้านทำให้พร้อมรับประทานได้เลย บางร้านอาจจะไม่มีที่นั่งแต่มีโต๊ะให้ยืนรับประทานแทน ราคาก็ถูกแสนถูก ต้องไปเดินตอนเช้าๆและหาของกินเพลินๆกันได้ครับ และยังมีร้านขายขนมของฝากอีกด้วย

การเดินทาง

  • รถไฟ: สถานี Nippombashi

Umeda

Umeda เป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆจากโอซะกะ จึงเป็นย่านใหญ่ที่รวมรถไฟหลายๆสายไว้ มีห้างสรรพสินค้ามากมายและเป็นแหล่งช๊อปปิ้งขนาดใหญ่เช่นกัน และมีกระเช้าให้ชมเมืองอยู่บนห้างที่ชื่อว่า HEP FIVE สามารถขึ้นไปชมกันได้นะครับ

การเดินทาง

  • รถไฟ: สถานี Umeda

America Mura

มีความคล้ายคลึงกับสยามสแควร์บ้านเรา ที่นี่จะเป็นแหล่งของวัยรุ่นที่นัดมาพบปะกัน รายล้อมไปด้วยร้านเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับแนววัยรุ่น ร้านส่วนใหญ่นอกจากจะเป็นแบรนด์ของวัยรุ่นที่คุ้นตาก็จะมีแบรนด์ของพวกเขาที่ตั้งและผลิตขึ้นเอง

การเดินทาง

  • รถไฟ: สถานี Yotsubashi หรือเดินมาจาก Shinsaibashi ก็ได้

โอซาก้า Aquarium Kaiyukan

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1990 ได้รวบรวมสัตว์น้ำมากกว่า 29,000 ตัว จาก 400 กว่าสายพันธุ์ มีทั้งสัตว์น้ำลึกที่หาชมยาก เด็กๆต้องชอบแน่นอน

  • เวลาเปิดทำการ : 10.00 – 20.00 น.
  • ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ (อายุมากกว่า 16) 2,300 เยน / อายุ 7-15 ปี 1,600 เยน / อายุ 4-6 ปี 600 เยน / ต่ำกว่า 3 ปี เข้าชมฟรี

การเดินทาง

  • รถไฟ : สถานี Osakako

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สถานที่ท่องเที่ยวในโอซะกะที่แนะนำไป เรียกได้ว่าต้องไปเยือนซักครั้งในชีวิตครับ บางแห่งไปครั้งเดียวยังไม่พอ ต้องไปซ้ำอีกหลายๆรอบ บางที่เดินวันเดียวยังไม่ทั่วเลยครับ คราวหน้าจะหาสถานที่ท่องเที่ยวมาแนะนำเพิ่มเติมให้อีกแน่นอนครับ

 

Load More Related Articles
Load More By Thetoo23
Load More In outside tokyo

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

Seijin no hi วันฉลองบรรลุนิติภาวะของวัยรุ่นหนุ่มสาวญี่ปุ่นเมื่ออายุครบ 20 ปี

ทุกวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของทุกปีจะเป็นวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งในปี 2561 นี้มีคำขวัญประจำวันเด็…